หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ดับบลิวเอชเอ...

‘ดับบลิวเอชเอฯ’ อวดไตรมาสแรกกวาดรายได้ 662 ล้านบาท สะท้อนธุรกิจยังแข็งแรง

16.05.20 | 02:12 น.

นายนิพนธ์ บุญเดชานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (WHAUP) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2563 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติ 662 ล้านบาท และมีผลกำไรจากการดำเนินงานปกติ 219 ล้านบาท โดยกำไรจากการดำเนินงานปกติ ซึ่งเป็นดัชนีหลักในการสะท้อนผลการดำเนินการหลักของบริษัทฯ มีการปรับตัวลดลง 19% โดยผลการดำเนินการในธุรกิจไฟฟ้ายังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ขณะที่ธุรกิจสาธารณูปโภคได้รับผลกระทบจากทั้งเรื่องสถานการณ์ภัยแล้งในประเทศไทย และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ส่วนกำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากผลขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนในการแปลงเงินกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐจำนวนประมาณ 178 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลกำไรจำนวน 95 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปี 2562 โดยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อกระแสเงินสดของกลุ่มบริษัทฯ

นายนิพนธ์กล่าวว่า ธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทยังคงมีผลการดำเนินการหลักที่ดี บริษัทฯได้บันทึกส่วนแบ่งกำไรปกติจากกลุ่มธุรกิจไฟฟ้า จำนวน 251 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 1 ปี 2563 เพิ่มขึ้น 36% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนขณะที่บริษัทได้รับส่วนแบ่งกำไรเพิ่มเข้ามาจากการที่โรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ชลบุรี คลีน เอ็นเนอร์ยี่ (ซีซีอี) เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว ในส่วนของโครงการเอสพีพี ปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนในโครงการเอสพีพี จำนวน 8 แห่งที่มีการดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วทั้งหมดในไตรมาสที่ผ่านมา ปริมาณการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมของโครงการเอสพีพี โดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 5% โดยโรงไฟฟ้าเอสพีพีจำนวน 2 แห่ง จากทั้งหมด 8 แห่ง มีการซ่อมบำรุงตามแผนงาน โดยใช้ระยะเวลาประมาณแห่งละ 15 วัน ประกอบกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) มีการรับไฟฟ้าน้อยลงในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาเนื่องมาจากมีการซ่อมบำรุงสายส่งในพื้นที่ ด้วยปัจจัยทั้งสองดังกล่าวทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้ารวมลดลงประมาณ 5% ทั้งนี้บริษัทคาดว่าปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 75%-80% ของปริมาณขายรวม มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในไตรมาสถัดไป

ในด้านธุรกิจสาธารณูปโภคในประเทศไทยนั้น สภาวะภัยแล้งส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในระดับหนึ่ง ซึ่งทางภาครัฐได้มีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อบรรเทาภาวะภัยแล้ง โดยในด้านความต้องการใช้น้ำ ภาครัฐได้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ร่วมมือกันลดการใช้น้ำลง 10% ซึ่งปริมาณการขายน้ำที่ลดลงทำให้กำไรเบื้องต้นลดลงประมาณ 25 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ในด้านการจัดหาแหล่งน้ำ บริษัทฯได้ตัดสินใจเร่งการลงทุนเพิ่มเติมโดยจะเพิ่มกำลังการผลิตจาก 10,000 ลูกบาศเมตรต่อวัน ขึ้นมาเป็น 30,200 ลูกบาศเมตรต่อวัน ซึ่งกำลังการผลิตส่วนเพิ่มนี้จะแล้วเสร็จในช่วงเดือน มิถุนายน โดยนอกจากจะทำให้เสริมความมั่นคงในการจัดหาแหล่งน้ำของบริษัทแล้ว ก็ยังจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรอีกด้วย ทั้งนี้ หลังจากการขยายกำลังการผลิตเสร็จสิ้นจะทำให้บริษัทฯมีกำลังการผลิตน้ำในสัดส่วนประมาณ 15% ของความต้องการใช้น้ำในปัจจุบัน จึงมองว่ายอดขายน้ำโดยรวมมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังภายหลังจากที่สถานการณ์ภัยแล้งปรับตัวดีขึ้นนายนิพนธ์กล่าว

นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ของ WHAUP กล่าวว่า การอ่อนตัวลงของค่าเงินบาทอย่างรวดเร็วประมาณ 2 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากช่วงสิ้นปี 2562 ถึงข่วงสิ้นไตรมาส 1 ปี 2563 ส่งผลให้ผลการบันทึกเงินกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในธุรกิจไฟฟ้า แสดงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในงบกำไรขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญอย่างไรก็ตาม ผลการขาดทุนทางบัญชีดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด ที่บริษัทฯคาดว่าจะได้รับ เนื่องจากรายได้ก็จะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นและชดเชยกัน รวมถึงบริษัทฯได้พิจารณาว่าผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวไม่เป็นส่วนหนึ่งของกำไรปกติ ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนผลกำไรจากการดำเนินการหลักของกลุ่มบริษัท