“โหรฟองสนาน” ชี้บินไทยต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หากเลือกทางเดิมจะทิ้งโอกาสที่ดีในอนาคต

“โหรฟองสนาน” ชี้การบินไทยถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต้องยอมเจ็บปวด ชี้หากเลือกหนทางเดิมจะทิ้งโอกาสในอนาคตอย่างน่าเสียดาย

เมื่อวันที่ 17 พ.ค.63 โหรฟองสนาน จามรจันทร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแม่หมอสมัครเล่นตอนที่324 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ เกี่ยวกับเรื่อง “โอกาสทองของการบินไทยจากดวงเมือง” โดยระบุว่า

แม่หมอสมัครเล่นตอนนี้ขอพักการเขียนถึงผลของพระเสาร์จร(7)ที่เข้าไปเดินในราศีมังกรต่อท่านที่ลัคนาสถิตราศีกุมภ์ซึ่งเป็นราศีสุดท้ายที่ยังไม่ได้ทำนายไว้ก่อนเพื่อเขียนเกณฑ์ทางโหรสำคัญที่ปรากฎเป็นลางในเมืองส่งสัญญาณไปยังพนักงานบริษัทการบินไทยทั้งหลายที่กำลังไม่แน่ใจในอนาคตของสายการบินแห่งชาติอยู่ในขณะนี้

เมื่อปลายปี2562ผู้เขียนเคยให้สัมภาษณ์หลายสื่อค่อนข้างจะมั่นใจว่าปี2563 มีเหตุการณ์ที่ต้องจับตาคือตั้งแต่วันเกิดดวงเมืองที่21เมษายน 2563-21เมษายน2564เราน่าจะได้เห็นเค้าลางการเกิดของสนามบินแห่งใหม่ ซึ่งขณะนี้ก็ทราบกันแล้วว่าจะก่อสร้างสนามบินที่นครปฐมอันจะเป็นการพัฒนาการบินของประเทศอีกครั้งใหญ่(แถมด้วยการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา-รถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อสามสนามบิน)

ทั้งนี้เพราะมุมของดาวจรที่ทำกับเมือง-ทักษาจรของเมืองใกล้เคียงกับเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่เก้าเสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อ19มกราคม 2545 อันเป็นการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงใหญ่เกี่ยวกับกิจการด้านการบินของประเทศไปจากเดิมที่เคยมีแต่สนามบินดอนเมืองเป็นหลัก

ผู้เขียนขอย้ำเหตุการในอดีตถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่เริ่มต้นได้สนามบินสุวรรณภูมิอันเป็นหนึ่งในกิจการสำคัญทางอากาศของประเทศ เพื่อส่งสัญญาณไปยังพนักงานบริษัทการบินไทยทั้งหลายที่กิจการกำลังเกิดปัญหาจนขวัญและกำลังใจอาจจะตกต่ำ โดยขอจับอาการทางดวงเมือง-ทักษาเมืองขณะนี้เปรียบเทียบกับคราววางศิลาฤกษ์สนานบินสุวรรณภูมิ ว่าลีลาของวาระดาวจรของเมืองขณะนี้สามารถสะท้อนภาพรวมไปถึงบริษัทการบินไทยที่เป็นสายการบินของชาติด้วยคือ

1.ทางโหรผู้เขียนใช้พระราหู(๘)-ดาวธาตุลมใหญ่(อธิกธาตุ)เป็นตัวแทนกิจการทางอากาศสำคัญของประเทศ ซึ่งหากเทียบชั้นแล้วบริษัทการบินไทยก็อยู่ในความหมายสำคัญด้วยเพราะคือสายการบินแห่งชาติ คล้ายสนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นสนามบินหลักของชาติ ในระดับเดียวกัน

2.ขณะวางศิลาฤกษ์สนามบินสุวรรณภูมินั้นพระราหูจร(8)เดินอยู่ในราศีมิถุนเกือบๆจะย้ายเข้าราศีพฤษภ(พระราหูจร8-เดินตามเข็มนาฬิกา)เหมือนในขณะนี้ที่บริษัทการบินไทยกำลังเกิดปัญหาและต้องการความช่วยเหลือทางการเงิน

พระราหูจรเดินอยู่ในราศีมิถุนซึ่งเป็นภพที่สามดวงเมืองให้คุณงามความดีตามโฉลก..พระภูบาลให้สถานยศเงินทอง..คราวนั้นสนามบินสุวรรณภูมิที่เกิดยากนักหนาว่ากันว่าขนาดมีเพื่อนบ้านบางประเทศคอยเตะขาสะกัดไม่ให้เกิด และผู้เขียนขณะที่เริ่มทำข่าวครั้งแรกก็ยังอยู่ในขบวนการคัดค้านการสร้างสนามบินแห่งนี้ด้วย ทำให้การก่อสร้างล่าช้าต้นทุกแพงขึ้นอีกอักโขแต่ในที่สุดก็ฝ่าด่านวางศิลาฤกษ์จนได้

มาคราวนี้ผู้เขียนจึงเชื่อว่าไม่ว่าผลของการพิจารณาแก้ไขปัญหาของบริษัทการบินไทยจะออกมามุมไหนผลดีย่อมจะเกิดกับบริษัทการบินไทยโดยรวม

3.เมื่อวางศิลาฤกษ์สนามบินสุวรรณภูมิแล้วหลังจากนั้นไม่นานพระราหูจรก็ย้ายจากราศีมิถุนเข้าราศีพฤษภ เป็นราหูค้นทรัพย์ดวงเมืองที่ต้องใช้เงินลงทุนอีกส่วนหนึ่งแพงขึ้นก็คงเพราะสร้างช้า

มาคราวนี้พระราหูจรจะเริ่มเข้าไปเดินในราศีพฤษภ ค้นทรัพย์ดวงเมืองตั้งแต่10กันยายน2563เป็นต้นไป และจะอยู่ที่นี่ไป29มีนาคม 2565 จึงเชื่อว่ารัฐคงต้องใช้เงินไม่น้อยในอันจะแก้ไขปัญหาบริษัทการบินไทย

4.ในระหว่างการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่ใช่จะง่าย ผู้เขียนที่ทำข่าวอยู่แถวกระทรวงคมนาคมขณะนั้นจำได้เลยว่ามีข่าวไม่ดีหลุดออกมาให้ตามกันบ่อยเช่นเรื่องถมทรายฯลฯแต่ในที่สุดสนามบินสุวรรณภูมิก็เกิดขึ้นจนได้

เฉกเช่นแผนฟื้นฟูบริษัทการบินไทยไม่ว่าจะใช้วิธีไหน-อนุมัติมาอย่างไรก็เกรงว่าไม่น่าจะง่ายแต่ผู้เขียนมีเคล็ดทางโหรสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องการกับแก้ไขปัญหาและพนักงานบริษัทการบินไทยมาฝากดังนี้

5.ย้อนกลับไปหลังวางศิลาฤกษ์สนามบินสุวรรณภูมิไม่นานในทางทักษาเมืองก็เริ่มตกภูมิพุธ ส่งผลให้พระราหูซึ่งหนึ่งในความหมายเป็นตัวแทนกิจการการบินเป็นศรี-สิริมงคงของเมืองตามหลักทักษาเอื้อต่อการเกิดของสนามบินสุวรรณภูมิในระยะเริ่มต้นหนึ่งปี

มาคราวนี้ที่การบินไทยกำลังมีปัญหาพระราหูกำลังเป็นศรี-สิริมงคลจรระหว่างวันเกิดเมืองที่21เมษายน 2563-21เมษายน 2564 เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาปัญหาของบริษัทการบินไทยยิ่งนัก เป็นไปตามลิลิตทักษาพยากรณ์ที่เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรีนิพนธ์ไว้คือ …..

พฤหัส-เสาร์-ราหู ทั้งสามหมู่มาเป็นศรี
ต้องลัคน์จันทร์สังฆี ปวัตติสามีอาราม
บริบูรณ์ปริขาร ไชยทานก็เหลือหลาม
ขึ้นชื่อระบือนาม วรศักดิ์สังฆราช์
แม้นจวบประเคราะห์ใด ทวะเว้นไว้แต่ตัวกาล์
กล่าวคุณอุตม์มหา มหิทธิโชคในปางปี..

แปลความหมายง่ายๆจากลิลิตนี้คือ ปีไหนที่คนรวมทั้งเมืองเมื่อพฤหัสบดี หรือพระเสาร์ หรือพระราหูเป็นศรีจรตามหลักทักษาแล้ว หากไปถูกพระเคราะห์ใดก็จะมีปรากฎการณ์เหมือนกับพระเจ้าคณะที่ท่านอยู่มานาน ลุกขึ้นปรับปรุงคณะของท่าน ผลคือเงินบริจาคก็ไหลมาเทมา และท่านได้เป็นพระราชาคณะ หรือถ้าพื้นชะตาเดิมสูงก็เป็นพระสังฆราชไปเลย

มาคราวนี้ที่ทักษาจรของเมืองพระราหูจร(8)ตัวแทนกิจการการบินของชาติกำลังเป็นศรีจรอยู่โดยตัวเองกิจการที่อยู่ในข่ายราหูรวมทั้งหนึ่งในนั้นคือบริษัทการบินไทยจึงมีหน้าที่ต้องลุกขึ้นมาต้องปฏิวัติตัวเอง-องค์กรใหญ่โต เพื่อจะกลับมายิ่งใหญ่ในโอกาสต่อไป

เหมือนกับการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ต้องฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคมากมายจนถึงวันนี้ก็ยังไม่สมใจนัก แต่ผลคือไทยมีสนามบินนานาชาติแห่งใหม่

เกณฑ์สำคัญอีกหนึ่งข้อคือแม้ตั้งแต่10กันยายน 2563 เป็นต้นไปราหูจรจะค้นทรัพย์ดวงเมืองแต่ก็ทับพระอังคารดวงเดิม(๓)ตามตำราบอกเหมาะที่จะกินบุญเก่าหรือเอาสมบัติเก่ากรณีนี้คือชื่อเสียง-ฝีมือ-กิจการของบริษัทการบินไทยมาต่อยอดให้กิจการขยาย..ตามโฉลก..ราหูสุรินทร์ยักษ์ จรทักพระอังคาร สินทรัพย์บุราณนาน จะขจัดขจายศูนย์…

ด้วยเกณฑ์ต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดนี้หากจะมีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงใหญ่ไม่ว่าจะโดยวิธีใดแม้จะไม่ง่าย-ใช้เวลาและเจ็บปวดบ้างแต่ผู้เขียนก็เชื่อว่าสิ่งดีๆคอยอยู่รวมทั้งความเป็นสายการบินแห่งชาติด้วย

แต่หากคิด-ทำอะไรเหมือนเดิมจะเป็นการทิ้งโอกาสดีๆที่คอยอยู่ในอนาคตอย่างน่าเสียดาย

และคราวนี้สำหรับการบินไทยโอกาสไม่ใช่จะผ่านเลยไปเฉยๆ เพราะจริงๆแล้วองค์กรกำลังถูกมฤตยูไล่ล่าอย่างเข้มข้นเหมือนองคพายพอื่นในเมือง(และโลก)จึงหากไม่ชิงเปลี่ยนแปลงจะถูกเปลี่ยนหรือหากฝืนได้ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด

ฟองสนาน จามรจันทร์

15พฤษภาคม2563

ขอบคุณข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก ฟองสนาน จามรจันทร์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon