แสนสิริเปิดพอร์ตตุนเงินสด 10,000 ล้านบาท ดันสภาพคล่องสูงปูพรมความแข็งแกร่งด้านการเงินระยะยาว เตรียมเงินทุนอีก 2,500 ลบ. ลั่นไกเมื่อตลาดพร้อม พร้อมยืนหยัดความเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อมั่น
นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า แสนสิริมียอดขายล่าสุดอยู่ที่ 21,000 ล้านบาท ความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่งนำหน้าคู่แข่งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ยังทำให้แสนสิริต้องเร่งการขายโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ให้เร็วกว่าแผนเดิม เพื่อแข่งขันกับสภาพตลาด (Speed to Market) ส่งผลให้มียอดขายและยอดโอนที่ดี สวนกระแสตลาดหดตัว รวมถึงบริษัทยังมีสภาพคล่องและ Cash flow หรือกระแสเงินสด อีกถึง 10,000 ล้านบาท ที่มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจและมีความแข็งแกร่งในทุกสภาวการณ์ ทั้งนี้ ความสำเร็จจากการออกหุ้นกู้ระยะยาวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทเล็งเห็นศักยภาพในการรักษาการเติบโตได้ จึงมีการพิจารณาแผนความแข็งแกร่งด้านการเงินระยะยาวโดยการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต ด้วยการออก Perpetual Bond 2,500 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแสนสิรินับจากนี้ ในการเป็นองค์กรที่มีความแข็งแกร่งภายใต้ทุกสภาวการณ์ สามารถตอบรับกับภาวะเศรษฐกิจทั้งในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือขยายฐานการลงทุนในธุรกิจที่อยู่อาศัยใหม่ๆรองรับทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมในอนาคต
“เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2563 ได้มีมติอนุมัติแผนเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโต ในอนาคตของบริษัทโดยอนุมัติออกหุ้นสามัญรวมจำนวน 4,600,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.07 บาท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 16,224,125,722.40 บาทมาเป็นทุนจดทะเบียนใหม่ที่ 21,146,125,722.40 บาท โดยการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Warrant) ที่ออกให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวน 2,500,000,000 หุ้น โดยมีราคาใช้สิทธิที่ 1.10 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะจัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนที่จองซื้อหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนเมื่อมีการเลิกบริษัท (Perpetual Bond) ที่บริษัทจะออกและเสนอขายโดยมีมูลค่าการเสนอขายรวมไม่เกิน 2,500,000,000 บาท และเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามโครงการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท (ESOP#8) ให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท จำนวน 700,000,000 หุ้น โดยมีราคาใช้สิทธิที่ 1.10 บาทต่อหุ้น” นายอภิชาติกล่าว และว่า นอกจากนี้ จะมีการขออนุมัติกรอบการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) ไว้จำนวน 1,400,000,000 หุ้น โดยจะมีการดำเนินการขออนุมัติมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 นี้ สำหรับหุ้นสามัญที่จะออกเพิ่มให้กับนักลงทุนสถาบัน ในวงจำกัด (private placement) มีกลุ่มทุนที่ให้ความสนใจ ได้แก่ กองทุนที่ฮ่องกง ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางด้านการเงินและเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับแสนสิริ
นายอภิชาติกล่าวว่า ไตรมาสแรก 63 รายได้รวม 6,623 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายโตขึ้น 10% ขณะที่รับรู้กำไร จากการลงทุนอีกกว่า 703 ล้านบาท สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของแสนสิริเพื่อรองรับความแข็งแกร่งควบคุ่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งด้านการเงิน คือ การสานต่อการสร้างแบรนด์แสนสิริให้แข็งแกร่งมากขึ้น

