“อธิบดีรื่นวดี”เผยไตรมาส 3 บังคับคดี ขายทอดตลาดทรัพย์กว่า 20,000 ล้านบ.

21.07.16 | 17:01 น.

“อธิบดีรื่นวดี”เผยไตรมาส 3 บังคับคดี ขายทรัพย์ได้กว่า 20,000 ล้านบ. เผย ทรัพย์ในกลุ่มเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่ศูนย์บังคับคดีล้มละลายส่วนหน้า กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี แถลงผลการดำเนินงานของกรมบังคับคดีในไตรมาสที่ 3 ระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2559 ตามนโยบายของพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ด้านการอำนวยความยุติธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษและการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย

น.ส.รื่นวดี กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานของกรมบังคับคดีในไตรมาส 3 กรมบังคับคดีสามารถผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบการบังคับคดีได้กว่า 22,430 ล้านบาท รวม 3 ไตรมาสกว่า 73,824 ล้านบาท จากเป้าหมายที่กรมบังคับคดีตั้งไว้ 100,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าผลการผลักดันทรัพย์สินเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี คือปีงบประมาณ พ.ศ.2557-2558 คิดเป็นร้อยละ 2.01 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา กรมบังคับคดีมีทรัพย์สินรอการขายทอดตลาด 108,882 รายการ มูลค่า 195,690 ล้านบาท เป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง คิดเป็นร้อยละ 33.11 ที่ดินว่างเปล่า คิดเป็นร้อยละ 37.81 และห้องชุด คิดเป็นร้อยละ 29.08 ของทรัพย์รอการขาย อย่างไรก็ตาม ทรัพย์ในกลุ่มเศรษฐกิจพิเศษกับพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมีกำลังซื้อเพิ่มของคนในพื้นที่เพิ่มขึ้น และปัจจัยสนับสนุนของภาครัฐจากมาตรการภาษีที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการในการประกอบธุรกิจ

น.ส.รื่นวดี กล่าวต่อว่า ส่วนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดีนั้น มีผลการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั่นดังกล่าวทั่วประเทศในไตรมาส 3 โดยมีเรื่องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย 3,956 เรื่อง ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 3,274 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 82.76 ของเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย คิดเป็นทุนทรัพย์ของเรื่องที่ไกล่เกลี่ยสำเร็จ จำนวน 1,434 ล้านบาท รวม 3 ไตรมาส สามารถไกล่เกลี่ยสำเร็จ 8,019 เรื่อง คิดเป็นทุนทรัพย์กว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้ สำหรับการบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่งยงานต่างๆนั้น จากการทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการบังคับโทษปรับคดียาเสพติด กับวำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีผลดำเนินการบังคับโทษปรับคดียาเสพติด ในไตรมาส 3 และสามารถนำเงินส่งไปยังศาลได้กว่า 6 ล้านบาท

อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กรมบังคับคดียังต้องเร่งรัดสำนวนคดีค้างดำเนินการเกิน 10 ปีที่มีอยู่ 13,892 คดี โดยดำเนินการเสร็จ 2,095 คดี คิดเป็นร้อยละ 15.08 ของเรื่องที่ค้างดำเนินการ ทั้งนี้ กรมบังคับคดี จะต้องเร่งให้ความรู้กับลูกหนี้และหาทางป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ที่ผ่านระบบการไกล่เกลี่ยจากกรมบังคับคดีกลับมาเป็นหนี้อีก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรากำลังเร่งพัฒนากฎหมายเพื่อให้มีความทันสมัยและมีมาตรฐานสากล เพื่ออำนวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศด้วย

Advertisement