น.ส.ชุติมา บุญยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการจัดคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไทยเดินทางเยือนเคนยาและโมซัมบิก ระหว่างวันที่ 10-16 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ไทยและเคนยาได้ตกลงจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้าและการลงทุน เพื่อเป็นกลไกเพิ่มความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน โดยไทยได้เจรจาผลักดันให้เคนยาพิจารณานำเข้าข้าวไทยเพิ่มขึ้น และขอสัมปทานการทำประมงชายฝั่งทะเลของเคนยา ซึ่งภาคเอกชนไทยจากสมาคมประมงนอกน่านน้ำมีความสนใจจะนำเข้าอาหารทะเลสดแช่เย็นแช่แข็งจากเคนยา เช่น กุ้งล็อบสเตอร์ กั้ง ปลา และปูทะเล เป็นต้น ส่วนเคนยาต้องการให้ไทยนำเข้าวัตถุดิบต่างๆ ที่เคนยามีความอุดมสมบูรณ์ เช่น อัญมณี สินค้าประมง และต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
น.ส.ชุติมากล่าวว่า ได้หารือผู้นำโมซัมบิกเกี่ยวกับความต้องการซื้อข้าวจากไทย 3 แสนตัน และโอกาสในการขยายการลงทุนในสาขาที่ไทยมีความสนใจ โดยเฉพาะการเกษตร ประมง พลังงาน เหมืองแร่ ก่อสร้าง การท่องเที่ยว ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากเป็นสาขาเศรษฐกิจที่มีความสอดคล้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลโมซัมบิกต้องการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และไทยยังได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (เจทีซี) ไทย-โมซัมบิก ครั้งที่ 1 ไทยได้ขอให้โมซัมบิกเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากไทย และให้การสนับสนุนนักลงทุนไทยที่ต้องการไปลงทุนในโมซัมบิก นอกจากนี้ได้หารือกับรัฐและเอกชนโมซัมบิกเพื่อทำความรู้จักและขยายความร่วมมือ อำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนของไทยในโมซัมบิก โดยเน้นการหารือประเด็นการทำธุรกรรมทางการเงิน เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ในการเข้าไปลงทุนในโมซัมบิก
น.ส.ชุติมากล่าวว่า กระทรวงจะจัดกิจกรรมต่อเนื่องจากการเยือน โดยจะจัดคณะผู้แทนการค้าภาคเอกชนเดินทางมาเข้าร่วมงานแสดงสินค้า The Maputo International Fair: FACIM 2016 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในโมซัมบิก วันที่ 28 สิงหาคม-4 กันยายน 2559 โดยจะเชิญภาคเอกชนไทย 4 กลุ่มมาร่วมงาน ได้แก่ อาหาร พลังงาน สาธารณูปโภค และท่องเที่ยว

