บสย.ชงคลังเปิดโครงการใหม่ค้ำประกันช่วยเอสเอ็มอี 2.5 แสนล้านบาท
นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บสย.อยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เพื่อเปิดโครงการค้ำประกันช่วยเอสเอ็มอีอีก 2.5 แสนล้านบาท ประกอบด้วยโครงการค้ำประกันสินเชื่อระยะที่ 9 (PGS9) วงเงิน 2 แสนล้านบาท เนื่องจาก PGS8 วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท จะหมดในภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ และโครงการค้ำประกันสินเชื่อรายย่อย หรือ Micro Entrepreneurs 4 อีก 5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากโครงการเดิมที่ขอไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท กำลังเต็มวงเงินแล้ว
นายรักษ์กล่าวว่า โดยทั้ง 2 โครงการดังกล่าวผ่อนปรนเงื่อนไขมากขึ้น เช่น PGS 8 ฟรีค้ำประกัน 3 ปี จากเดิมฟรีค้ำประกัน 2 ปี และเพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ปีแรกๆ จะค้ำประกัน 5-7% เพื่อจูงใจแบงก์ให้ปล่อยกู้มากขึ้น เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ไม่ปกติ แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 30% ในระยะเวลาค้ำประกัน 10 ปี จากเดิมกำหนดค้ำประกัน 3% เป็นเวลา 10 ปี รวม 30% ส่วน Micro Entrepreneurs 4 ขยายเงื่อนไขการค้ำประกันสูงขึ้นเป็น 5 แสนบาทจากเดิมค้ำประกันแค่ 2 แสนบาท เพื่อรองรับการว่างงานจากโควิด-19 คาดว่าจะมีกลุ่มคนทำงานมาประกอบอาชีพอิสระให้มากขึ้น ดังนั้นวงเงิน 2 แสนบาทอาจไม่เพียงพอกับการเริ่มต้นธุรกิจ จึงขยายวงเงินค้ำประกันให้สูงขึ้น
นายรักษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการ บสย.สร้างไทย ให้ความช่วยเหลือค้ำประกันกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีปัญหาหนี้เสีย(เอ็นพีแอล) ขณะนี้วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท ค้ำประกันไปแล้วกว่า 4 หมื่นล้านบาท และเหลืออีก 2 หมื่นล้านบาท มียอดจองเข้ามาหมดแล้ว ขณะนี้บสย.อยู่ระหว่างการคิดโครงการใหม่เพื่อให้ช่วยเหลือเอสเอ็มอีกำลังมีปัญหา หรือกลุ่มหนี้เสียอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกำลังพิจารณาช่วยเหลือในกลุ่มมีแนวโน้มอาจผิดนัดชำระหนี้ เพื่อให้การช่วยเหลือเอสเอ็มอีครบถ้วนในทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มดี กลุ่มกำลังมีปัญหา และกลุ่มที่เป็นหนี้เสียแล้ว นอกจากนี้บสย.มีแนวคิดให้บริการในกลุ่มที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) แต่มีเงื่อนไขคือในการค้ำประกันคือ ต้องคิดดอกเบี้ยลูกค้าอย่างเป็นธรรม
นายรักษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ผลจากการที่ บสย.ปรับกระบวนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพใหม่ ส่งผลให้การดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 15 พฤษภาคม 2563 เติบโตขึ้นทุกมิติ เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันปี 2562 ได้แก่ 1. ยอดอนุมัติการค้ำประกันสินเชื่อ 58,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103% 2. อนุมัติหนังสือค้ำประกันสินเชื่อ (LG) จำนวน 80,267 ฉบับ เพิ่มขึ้น 227% และ 3. จำนวนลูกค้าใหม่ 64,202 ราย เพิ่มขึ้น 216% ทุบสถิติถล่มทลาย
นายรักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน บสย. อนุมัติวงเงินค้ำประกันสะสมให้ผู้ประกอบการแล้วถึง 905,892 ล้านบาท มีภาระค้ำประกันสะสม 421,665 ล้านบาท และช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงิน 478,467 ราย โดยในจนถึงเดือนเมษายน ธนาคารมีกำไร 123 ล้านบาท

