โควิด-19 กระทบ ‘บีอีเอ็ม’ เบาๆ มั่นใจผู้ใช้กลับมาเร็ว กระทุ้งไตรมาส 3 ฟื้น 100%
นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ปริมาณการเดินทางทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าลดลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ทำให้กำไรไตรมาส 1/2563 ลดลง จากสัดส่วนรายได้หลัก แบ่งเป็น ทางด่วน 70% และรถไฟฟ้า 30% แต่เชื่อว่าจะส่งกระทบในช่วงสั้นๆ โดยผู้โดยสารรถไฟฟ้าจะทยอยกลับมาใน 1-2 เดือน และปัจจุบันปริมาณผู้ใช้ทางด่วนกลับมา 80-85% แล้ว ซึ่งคาดว่า หลังจากปลดล็อคทั้งหมดผู้ใช้ทางด่วนและผู้โดยสารรถไฟฟ้าจะกลับมาเป็นปกติ 100% ทันที
“คาดว่าไตรมาส 2/2563 จะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากได้รับแรงกระแทกจากเดือนเมษายนเต็มๆ เว้นแต่จะเกิดไวรัสโควิด-19 แปลงร่าง ส่วนในไตรมาส 3/2563 ปริมาณการเดินทางทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าจะดีขึ้นทั้งหมด และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ” นายสมบัติ กล่าว
นายสมบัติ กล่าวว่า หลังจากภาครัฐได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ให้ประชาชนสามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น ประกอบกับบริษัทมีความพร้อมในการให้บริการเดินรถไฟฟ้า จึงคาดว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการมากขึ้น เพื่อให้ทุกเที่ยวของการเดินทางในเอ็มอาร์ทีปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19
“บีอีเอ็มให้ความร่วมมือภาครัฐดำเนินตามมาตรการต่างๆ เพื่อการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสและรับผิดชอบต่อสังคม โดยที่ผ่านมาได้เพิ่มมาตรการการดูแลด้านสุขอนามัย จัดเตรียมแอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดสำหรับผู้โดยสาร มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในขบวนรถช่วงเวลาเร่งด่วนเข้าเย็น เพิ่มรอบทำความสะอาดเช็ดถูพื้นผิวสัมผัสร่วมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทุกครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงและได้มีการดำเนินการเพื่อให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้ามีการรักษาระยะห่างทางกายภาพ (โซเชียล ดิสแทนซิ่ง) บริเวณสถานีและในรถไฟฟ้า โดยเพิ่มขบวนรถเสริมเป็น 49 ขบวนและเพิ่มความถี่ในการเดินรถในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าเย็น เพื่อลดความแออัดในขบวนรถไฟฟ้าและเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและส่วนรวม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกบ้างสาขาบ้างก็ต้องขออภัยและขอความเห็นใจ ทั้งนี้ ขอขอบคุณผู้โดยสารที่ให้ความร่วมมือ” นายสมบัติ กล่าว
นายสมบัติ กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทเตรียมพร้อมเดินหน้าเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์) มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งจะได้งานระบบขบวนรถไฟฟ้า บริหารเดินรถและซ่อมบำรุงทั้งสายทาง ระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี
ทั้งนี้ ยังสนใจโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะทาง 23.6 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาทซึ่งเป็นส่วนต่อขยายจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงเดิมช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ที่ บริษัทดำเนินการอยู่ ซึ่งมั่นใจในประสบการณ์การดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินการขุดเจาะอุโมงค์ รวมถึงการบริหารงานเดินรถ และจากที่บริษัทสามารถใช้ศูนย์ซ่อมร่วมกับบริเวณศูนย์ซ่อมสายสีน้ำเงินทำให้ต้นทุนของบริษัทต่ำ เราพร้อมมากในการเข้าร่วมประมูลทั้ง 2 โครงการ หากรัฐบาลเปิดให้เอกชนร่วมประมูล และเมื่อเปิดให้บริการจะทำให้ปริมาณผู้โดยสารในระบบรถไฟฟ้าเติบโตถึง 10-20% ต่อปี ในระยะ 5-10 ปีข้างหน้าแน่นอน

