สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียส่วนใหญ่ปิดตลาดในแดนลบเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม หลังจากปรับตัวสูงขึ้นมาตลอดสัปดาห์นี้ เมื่อมีการเทขายทำกำไรออกมา พร้อมๆ กับที่นักลงทุนพากันวิตกต่อผลกระทบในระยะยาวของวิกฤตโควิด-19 และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาทวีตข้อความกล่าวหาว่าจีน ไร้สมรรถภาพโดยสิ้นเชิงในการจัดการกับการระบาดซึ่งส่งผลกลายเป็นการฆ่าคนตายขนานใหญ่ทั่วโลก กลายเป็นแรงกดดันในมีการเทขายในตลาดเอเชียอย่างทั่วถึง
ดัชนีนิกเกอิ ที่โตเกียวปิดตลาดลดลง 0.2 เปอร์เซ็นต์ ตลาดเซี่ยงไฮ้ลดลง 0.6 เปอร์เซ็นต์ ฮ่องกงตกลง 0.5 เปอร์เซ็นต์ ซิดนีย์ลดลง 0.4 เปอร์เซ็นต์ สิงคโปร์ลด 0.1 เปอร์เซ็นต์ เวลลิงตัน นิวซีแลนด์ก็หายไป 0.5 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม มุมไบ, โซล, ไทเป, กัวลาลัมเปอร์และมะนิลา ยังคงทรงตัวในแดนบวกได้
ราคาน้ำมันดิบยังคงแกว่งตัวสูงขึ้น เมื่อน้ำมันในคลังรอการส่งมอบในสหรัฐอเมริกาลดลงอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และดับเบิลยูทีไอ ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคมเป็นต้นมา โดยน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับขึ้น 1.7 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ 36.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนดับเบิลยูทีไอปรับสูงขึ้น 2.2 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ 34.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่ราคาทองคำเริ่มอ่อนตัวลง โดยทองคำสปอตญซื้อขายกันเมื่อ 15.00 น. ลดลง 18.10 ดอลลาร์ หรือ 1.03 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 1,734.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์

