เจ้าสัวสหพัฒน์ชี้โควิดหนักกว่าต้มยำกุ้ง 10 เท่า แนะอย่าเปลี่ยนรัฐบาล-ทำค่าเงินอ่อนฟื้น ศก.

เจ้าสัวสหพัฒน์ชี้โควิดหนักกว่าต้มยำกุ้ง 10 เท่า แนะอย่าเปลี่ยนรัฐบาล-ทำค่าเงินอ่อนฟื้นศก.

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ ถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ถือเป็นวิกฤตที่สร้างผลกระทบและมีความรุนแรงมากกว่าตอนเกิดวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ.2540 หรือต้มยำกุ้งเยอะมาก เพราะวิกฤตต้มยำกุ้งสร้างผลกระทบให้กับบริษัทและ

ผู้ประกอบการเป็นส่วนใหญ่ แต่โควิด-19 สร้างผลกระทบทั้งในภาคธุรกิจและภาคประชาชน หากควบคุมผลกระทบได้ไม่ดีนัก ทุกอย่างจะพังหมด หากประเมินเชื่อว่า โควิด-19 น่าจะสร้างผลกระทบมากกว่าต้มยำกุ้งกว่า 10 เท่า เมื่อโควิด-19 เกิดการแพร่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลก จะทำให้เศรษฐกิจกลับสู่จุดเริ่มต้นใหม่ เป็นการเซตซีโร่ในระบบเศรษฐกิจ จากอดีตที่ผ่านมาเคยมองว่าประเทศสหรัฐ เป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจ สหภาพยุโรป (อียู) เป็นผู้นำด้านวัฒนธรรม หากโควิด-19 จบลงได้ เข้าใจว่าภูมิภาคเอเชียอาจเทียบเท่าทุกประเทศทั่วโลก จะกลับไปเริ่มต้นระบบเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง เศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลกจะเท่ากัน

นายบุณยสิทธิ์กล่าวว่า การที่เศรษฐกิจจะฟื้นกลับมาเป็นปกติได้ดีหรือช้า ขึ้นอยู่กับหลายตัวแปร ช่วงวิกฤตแบบนี้ควรใช้ค่าเงินบาทอ่อนมากกว่า หากค่าเงินบาทอยู่ระดับปัจจุบันที่ 31.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2-3 ปี แต่หากอยู่ที่ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อาจใช้เวลา 2 ปี และหาก
อยู่ที่ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ใช้เวลา เพียง 1 ปี เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นได้ตามเดิม

“ตัวแปรอีกเรื่องเป็นเรื่องการเมือง ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นเร็วหรือฟื้นช้า หากต้องการให้ฟื้นตัวเร็วๆ ต้องอย่าพยายามปรับเปลี่ยนอะไร แต่ต้องลุยตรงนี้ให้ไปสุดทาง มองว่ารัฐบาลชุดนี้ทำได้ดีแล้ว หากมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลอีกครั้ง อาจทำให้เกิดเซตซีโร่ขึ้น หรือ อาจเป็นเซตซีโร่ติดลบได้ นายบุณยสิทธิ์กล่าว และว่าส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่จะสิ้นสุดสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ มองว่ายิ่งเลิกใช้ได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี แต่ต้องดูว่าสามารถควบคุมโควิด-19 ได้จริงหรือไม่ เพราะหาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังอยู่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็จะกลับมาได้ช้า แต่หากเลิกใช้แล้ว เศรษฐกิจจะมีการขับเคลื่อนและฟื้นกลับมาได้เร็ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชำแหละ ‘คณะวารสารฯ มธ.’ ปมคำนวณ ‘ทีแคส รอบ 3’ พลาด กับ 4 ทางเลือก ‘เยียวยา’ ผู้สมัคร ??
บทความถัดไปประกาศ 21 มิ.ย. เลือกตั้งกรรมการไตรภาคี ฝ่ายนายจ้าง-ลูกจ้าง ทั่วประเทศ