สรท.อยากเห็นบาทอ่อนระดับ35ช่วยส่งออก แนะรัฐลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาทของไทยพบว่าขณะนี้เริ่มแข็งค่าหลุด 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเดือนมีนาคมที่ผ่านมายังอยู่ระดับ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งการแข็งค่าดังกล่าวไม่เป็นผลดีต่อการส่งออกที่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะหากจะพึ่งการท่องเที่ยวคงต้องใช้เวลานานประมาณ 5-6 เดือนทีเดียว ดังนั้นรัฐบาลควรดูแลในระดับที่เหมาะสม ให้เงินบาทอ่อนค่ากว่านี้ โดยวิธีการที่ไม่ทำให้สหรัฐอเมริกาเพ่งเล็งไทยว่าปั่นค่าเงิน คือ คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ควรลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมากกว่านี้ เพราะจะส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่า ขณะเดียวกันหลายประเทศต่างลดดอกเบี้ยนโยบายค่อนข้างมาก แต่ของไทยในการประชุมกนง.นัดล่าสุดลดเพียง 0.25% เท่านั้น
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าไทยที่ยังมีคำสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง คือ กลุ่มสินค้าเกษตรทั้งอาหารสด และอาหารแปรรูป ซึ่งปัจจุบันการส่งออกก็มีอุปสรรคจำนวนมาก ทั้งด้านต้นทุนการแข็งก่อนช่วงโควิด-19 ที่ต้นทุนไทยสูงกว่าแต่ก็จำเป็นต้องลดราคาลงเฉลี่ย 10% เพื่อสู้กับประเทศคู่แข่ง อาทิ เวียดนามที่มาแรงทั้งด้านการส่งออก และการลงทุน และปัจจุบันเมื่อมีโรคระบาดการส่งออกของไทยก็ยากขึ้น ต้นทุนการขนส่งทางเครื่องเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า เพราะจำนวนเที่ยวบินน้อยลง การส่งสินค้าไปประเทศปลายทางยากลำบากขึ้น สินค้าบางประเภท อาทิ ผัก ถ้าส่งออกไม่ได้ก็เน่าเสีย หากจะให้แปรรูปบางประเภทก็ทำได้ยาก เพราะสินค้าสดกับสินค้าแปรรูป คุณภาพต่างกัน วัถตุดิบที่ใช้แปรรูปคนละประเภทกับที่ขายสด หรือบางทีการขายสินค้าสดอาหารสดก็จะมีมูลค่าสูง จากความต้องการของผู้บริโภค ดังนั้นอยากให้ภาครัฐรับรู้ปัญหาและหาทางช่วยเหลือ
“สินค้ากลุ่มที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ โดยเฉพาะวัตถุดิบด้านการเกษตรที่ส่งผลโดยตรงต่อเกษตรกร หากสินค้าเจอปัญหาด้านการขนส่ง และปัญหาเรื่องค่าเงินที่แข็งค่า จะทำให้ทุกฝ่ายเสียโอกาส ทั้งนี้หากเป็นไปได้อยากเงินบาทอ่อนค่าอยู่ระดับ 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐจะดีที่สุดสำหรับผู้ส่งออก”นายวิศิษฐ์กล่าว

