อินฟราฟัน : วิ่งฟรีมอเตอร์เวย์‘พัทยา-มาบตาพุด’

อินฟราฟัน : วิ่งฟรีมอเตอร์เวย์‘พัทยา-มาบตาพุด’

อินฟราฟัน : วิ่งฟรีมอเตอร์เวย์‘พัทยา-มาบตาพุด’

ก่อสร้างมานานหลายปี ในที่สุดทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-บ้านฉาง ช่วงพัทยา-มาบตาพุด หรือเรียกให้สั้นลงมาหน่อย คือ มอเตอร์เวย์ สายพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร ก็ได้ฤกษ์เปิดทดลองให้วิ่งฟรีไปแล้วตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา

การเปิดทดลองครั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าใช้บริการได้ 2 ทางคือ วิ่งต่อเนื่องจากมอเตอร์เวย์ ช่วงชลบุรี-พัทยา ที่บริเวณทางแยกต่างระดับมาบประชัน หรือเข้าจากทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท ที่ด่านอู่ตะเภาก็ได้ โดยจะเปิดใช้ฟรีจนกระทั่งถึงเดือนกันยายนจึงจะเก็บค่าผ่านทาง

ค่าผ่านทางที่กำหนดไว้ ตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯถึงด่านอู่ตะเภา รถยนต์ 4 ล้อ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 25-130 บาท รถยนต์ 6 ล้อ 45-210 บาท และรถยนต์มากกว่า 6 ล้อขึ้นไป 60-305 บาท

สำหรับมอเตอร์เวย์สายนี้ มีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อเส้นทางสายชลบุรี-พัทยา บริเวณทางแยกต่างระดับมาบประชัน มุ่งไปทางทิศใต้ผ่าน อ.บางละมุง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ไปสิ้นสุดที่บริเวณบรรจบทางหลวงหมายเลข 3 เทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.บ้านฉาง จ.ระยอง วงเงินลงทุนรวม 17,784 ล้านบาท

กรมทางหลวงใช้เงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งเป็นรายได้ที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางจากมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 และมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 ที่เปิดให้บริการในปัจจุบันมาใช้ก่อสร้างทั้งหมด และระยะต่อไปจะต่อขยายไปถึงสนามบินอู่ตะเภา อีก 7 กิโลเมตร ในอนาคตยังมีแผนจะขยายจากสนามบินอู่ตะเภา-ปราจีนบุรี ไปเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย

โครงการนี้เป็นทางหลวงพิเศษ ขนาด 4 ช่องจราจร สามารถใช้ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตลอดเส้นทาง ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางจากทางแยกต่างระดับมาบประชันถึงสนามบินอู่ตะเภากว่า 30 นาที

ตลอดเส้นทางมีด่านชำระค่าผ่านทาง 3 แห่ง ได้แก่ ด่านห้วยใหญ่เชื่อมสู่ อ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ด่านเขาชีโอน เชื่อมสู่ทางหลวงหมายเลข 331 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และด่านอู่ตะเภา เชื่อมสู่ถนนสุขุมวิท อ.เมือง และ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยใช้ระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางประกอบด้วยระบบเงินสด และแบบอัตโนมัติ

นอกจากนี้ผู้ใช้ทางยังสามารถจอดพักรถได้ ณ จุดพักรถมาบประชัน และสถานที่บริการทางหลวงบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างและมีแผนเปิดให้บริการภายในปี 2565

จากนี้จะเดินทางไปท่องเที่ยวคงสะดวกขึ้นเยอะ แต่สิ่งสำคัญคงต้องระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุมากเป็นพิเศษ เพราะเมื่อวิ่งได้เร็วขึ้น ย่อมมีความเสี่ยงสูงขึ้นเช่นเดียวกัน!!

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘หมอทวีศิลป์’ เผยป่วยใหม่ 9 ราย ‘เป็นเชื้อนำเข้า’ ใน 2 ราย พบเชื้อก่อนออกจากสถานกักกันโรค
บทความถัดไประทึก! จนท.รุดช่วย 2 ชาวพม่า ถูกช้างป่าล้อมทำร้าย ขณะเข้าป่าทองผาภูมิไปหาเห็ด