หุ้นไทยปิดร่วง ลบเล็กๆ 7.60 จุด ถูกแรงขายทำกำไรฉุดยืนบวกไม่ไหว แม้เปิดตลาดมามีแววไปได้สวย

หุ้นไทยปิดร่วง ลบเล็กๆ 7.60 จุด ถูกแรงขายทำกำไรฉุดยืนบวกไม่ไหว แม้เปิดตลาดมามีแววไปได้สวย

วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,345.11 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,335.35 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,337.51 จุด ปรับลดลง7.60 จุด หรือ 0.56% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,358.60 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,337.50 ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 85,822.70 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 1,463.69 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 266.14 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 763.13 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ขายสุทธิ 434.42 ล้านบาท โดยระหว่างวัน ดัชนีบวกมากสุด 13.49 จุด ลบมากสุด 7.61 จุด

โดยนายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีเคลื่อนไหวแกว่งตัวผันผวน โดยในภาคเช้าดัชนีเปิดกระโดดขึ้นมาสูงกว่าปกติ ก่อนจะค่อยๆปรับลดระดับลง จนสุดท้ายยืนแดนบวกไม่ไหว ดัชนีกลับมาปิดลบ โดยสาเหตุเพราะถูกแรงขายทำกำไรเข้ามากดดันในภาคบ่าย เนื่องจากต้องยอมรับว่ามูลค่าหุ้นไทย (แวลูเอชั่น) ในขณะนี้ค่อนข้างแพงและตึงตัว การที่ดัชนีปรับขึ้นในระดับสูง นักลงทุนจึงลดความเสี่ยงด้วยการขายทำกำไรและปรับพอร์ตถือครอง โดยภาพรวมปัจจัยสนับสนุนหรือปัจจัยกดดันไม่ได้เปลี่ยนมากนัก อาทิ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ยังอยู่ในลักษณะเดิม และราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับเดิมแต่เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุน ดัชนีจึงเคลื่อนไหวย่อตัวลงบ้าง

หุ้นกลุ่มธนาคารปรับเพิ่มขึ้นดูโดดเด่นกว่าภาพรวมตลาด หลังจากช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนแทบไม่ให้ความสนใจกับหุ้นกลุ่มแบงก์เลย แต่หลังจากนี้คาดว่าจะได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะจะมีการหมุนเวียนหุ้นกลุ่มใหม่เข้าลงทุนมากขึ้น สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามคือ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ประกาศปลดล็อกเฟส 3 และผ่อนปรนมาตรการเคอฟิวส์เพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติมากขึ้น รวมถึงการปรับน้ำหนักการเข้าคำนวณในดัชนีราคาหุ้นชั้นนำของโลก (เอ็มเอสซีไอ) ซึ่งอาจทำให้ดัชนีหุ้นเคลื่อนไหวผันผวนในช่วงท้ายตลาดได้ ซึ่งจากการประเมินน้ำหนักการปรับเข้าและปรับออกหุ้นไทยในดัชนีเอ็มเอสซีไอ อาจกระทบให้เกิดแรงขายประมาณ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ หากเทียบกับอดีตไม่ได้สูงมากนัก จึงมองว่าอาจไม่ได้เป็นประเด็นที่มีผลกระทบ หรือสร้างความกังวล (แพนิก) มากนัก โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ระดับ1,320-1,360 จุดนายวิจิตรกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้PEA และ บริษัท พรีไซซ ซิสเท็ม แอนด์ โปรเจ็ค จำกัด ร่วมลงนามใน สัญญาจ้างจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ Hardware และ Software ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟ (SCADA/TDMS)
บทความถัดไป“อุตตม” รับ รบ.ช่วย SME ไม่ทั่วถึง เตรียมปล่อยอีกล็อต ช่วยกลุ่มเข้าไม่ถึงซอฟท์โลน