ตลาดหลักทรัพย์ในยุโรปทั้งหมดปรับตัวมาปิดในแนวลบ โดยดัชนี DAX ของเยอรมันติดลบ 1.65% มาปิดที่ 11,586.85 จุด ขณะที่ดัชนี FTSE 109 ของอังกฤษติดลบ 2.29% มาอยู่ที่ 6,076.60 จุด ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสติดลบ 1.59% มาปิดที่ 4,695.44 จุด และดัชนี EURO STOXX ของยุโรปที่ติดลบ 1.43% มาปิดที่ 3,050.20 จุด
เช่นเดียวกับตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในเอเชียที่ปรับลดลง โดยดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นติดลบ 0.18% ปิดที่ 21,877.89 จุด ดัชนีฮั่งเสงของฮ่องกงลบ 0.74% มาอยู่ที่ 22,961.47 จุด ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 0.05% มาอยู่ที่ 2,029.60 จุด
อย่างไรก็ดีตลาดหุ้นในสหรัฐ 2 อตลาดปรับขึ้นมาปิดในแนวบวก โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 0.48% มาปิดที่ 3,044.31 จุด และดัชนีแนสแดกเพิ่มขึ้น 1.29% ปิดที่ 9,489.87 จุด แต่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ติดลบ 0.07% มาอยู่ที่ 25,383.11 จุด
สาเหตุที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศมาตรการตอบโต้จีนต่อกรณีการออกกฏหมายความมั่นคงฉบับใหม่ในฮ่องกง นักลงทุนมองว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐน้อยกว่าที่มีความหวั่นวิตกกัน
ด้านราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นหลังติดลบต่อเนื่องกันมาหลายวัน โดยล่าสุดราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสเพิ่มขึ้น 4.78% มาอยู่ที่ 35.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์ทะเลเหนือเพิ่มขึ้น 0.11% มาอยู่ที่ 35.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

