“ลาลามูฟ” รับคนขับเพิ่ม 3 เท่าช่วงโควิดระบาด มองพฤติกรรมเปลี่ยน ธุรกิจเปลี่ยนสู่ New Normal ซื้อสินค้าผ่านออนไลน์จะเพิ่มขึ้นมาก

2.06.20 | 17:45 น.

นายรวีโชติ เศรษฐี กรรมการผู้จัดการ ลาลามูฟ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่สร้างความวิตกกังวลให้กับผู้คนรอบด้าน อีกทั้งยังจำกัดการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภค และปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ยา หรืออุปกรณ์อนามัยป้องกันเชื้อโรค โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้คนกักตัวอยู่บ้าน และสถานที่สาธารณะต่างๆ ปิดชั่วคราว ลาลามูฟขอเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการจัดส่งสินค้าและบริการ ตลอดจนอุปกรณ์สำนักงาน หรือ บริการช่วยซื้อสินค้า และนำส่งไปยังที่หมายภายในวันเดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าได้ดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด แม้อยู่ในพื้นที่จำกัด

นายรวีโชติ กล่าวว่า นอกจากนี้ ลาลามูฟ ประเทศไทยยังร่วมมือกับรัฐบาลและภาคเอกชน ขนส่งอาหาร และอุปกรณ์ทางการแพทย์ มากกว่า 2,000 กล่อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 60 คน ระยะทางขนส่งรวม 550 กิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับระยะทางจากกรุงเทพ – เชียงใหม่ อีกทั้ง มอบโอกาสการสร้างงานและรายได้ให้แก่ผู้ว่างงาน ลดการเคลื่อนย้ายตัวของประชากรกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาคต่างๆ เพื่อลดการกระจายเชื้อสู่ภูมิภาคอื่นๆ โดยในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาลาลามูฟมีจำนวนคนขับเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า ซึ่งมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อหาเลี้ยงชีพในช่วงที่เศรษฐกิจถดถอย และได้ออกมาตรการป้องกัน ระเบียบการดำเนินงานเพื่อความปลอดภัยของคนขับและลูกค้า

นายรวีโชติ กล่าวว่า หลังพ้นวิกฤตการณ์โควิด-19 ลาลามูฟคาดว่าจะได้เห็นการเปลี่ยแปลงในพฤติกรรมผู้บริโภคและวิธีการดำเนินธุรกิจที่ก้าวสู่ยุคใหม่ของ New Normal ผู้คนจะปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตสู่ความปกติใหม่ ผู้บริโภคตระหนักถึงสุขภาพอนามัยมากขึ้น การเว้นระยะห่างทางสังคม และการใส่หน้ากากอนามัยจะกลายเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น หากแม้วิกฤตโควิด-19 จะจบไป แต่มาตรการส่งสินค้าแบบไร้การสัมผัส (Contactless) จะกลายเป็นระเบียบการปฏิบัติของลาลามูฟ และคาดว่าผู้บริโภคจะคุ้นเคยกับการเลือกซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์มากขึ้น ธุรกิจที่ต้องอาศัยพื้นที่หน้าร้านอาจต้องเสริมช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น ซึ่งลาลามูฟพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ อำนวยความสะดวกทางด้านโลจิสติกส์ โดยมุ่งเน้นไปที่ระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคก้าวเข้าสู่ New Normal ได้อย่างสะดวกสบาย