หน้าแรก เศรษฐกิจ จับตามิ.ย.เหล...

จับตามิ.ย.เหล็กเถื่อนทุบตลาดไทยหลังโควิดคลี่คลาย สมอ.-สถาบันเหล็กฯเร่งสกัด

3.06.20 | 08:22 น.

จับตามิ.ย.เหล็กเถื่อนทุบตลาดไทยหลังโควิดคลี่คลาย สมอ.-สถาบันเหล็กฯเร่งสกัด

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เปิดเผยว่า เดือนมิถุนายนนี้ สมอ.อยู่ระหว่างร่วมกับสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ติดตามการนำเข้าเหล็กเพื่อใช้ในประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะแหล่งผลิตใหญ่ของโลกอย่างประเทศจีนที่เป็นจุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดและปัจจุบันควบคุมได้แล้ว รวมทั้งเหล็กในประเทศที่เป็นฐานการผลิตของจีนเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามการค้า(เทรดวอร์) ที่อาจต้องการระบายสินค้าสู่ประเทศที่มีความต้องการใช้ รวมทั้งไทย ขณะที่ไทยเองก็เริ่มต้องการใช้เหล็กมากขึ้นจากนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งเหล็กที่นำเข้ามาอาจมีเหล็กไม่ได้มาตรฐานปลอมปนอยู่ด้วย ประกอบกับจากสถิติการอายัดผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานของสมอ. พบว่า เหล็กไม่ได้มาตรฐาน หรือ เหล็กเบา เป็นกลุ่มสินค้าที่มีปริมาณการจับกุมมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา

นายวันชัย กล่าวว่า จากสถิติการอายัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานของสมอ. พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 – 30 เมษายน 2563 สมอ.ได้ยึดอายัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานมูลค่ารวมกว่า 855 ล้านบาท จำนวนนี้พบว่า ผลิตภัณฑ์เหล็ก มีมูลค่ามากที่สุด 739 ล้านบาท รองลงมาคือผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า 52 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม 29 ล้านบาท วัสดุก่อสร้าง 19 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ 10 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและโพลิเมอร์ 2 ล้าน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์โภคภัณฑ์ ไฟฟ้าส่องสว่าง เคมี เครื่องมือแพทย์

นายวิโรจน์ โรจน์วัฒนชัย ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการบริโภคเหล็กอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการนำเข้าช่วงไตรมาสแรกของปี(มกราคม-มีนาคม2563) อยู่ที่ 2.8 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 2.7 ล้านตัน ตลอดปี 2562 มีปริมาณการนำเข้าใช้เหล็กรวม 12 ล้านตัน และปีที่ผ่านมามีปริมาณการใช้เหล็กทั้งประเทศรวม 18.6 ล้านตัน คาดว่าช่วงที่เหลือของปีนี้ปริมาณการใช้เหล็กของไทยจะเติบโต จากเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เริ่มควบคุมได้แล้ว ประกอบกับมีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจะมีส่วนกระตุ้นการใช้เหล็กให้เพิ่มขึ้นแน่นอน

“จีนมีการผลิตเหล็กจำนวนมหาศาล และผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้จีนไม่สามารถส่งเหล็กไปขายประเทศสหรัฐอเมริกาได้ เพราะโควิดยังระบาด ดังนั้นเอเชียจึงเป็นตลาดที่ต้องติดตามว่าจะมีปริมาณเหล็กเข้ามามากแค่ไหน”นายวิโรจน์กล่าว