พบพิรุธ”บินไทย” ขายตั๋วปี 62 รวมแสนล้าน ไม่สอดคล้องผู้โดยสาร 25.4 ล้านคน ตร.ลุยสอบทุจริต

พบพิรุธ”บินไทย” ขายตั๋วปี 62 รวมแสนล้าน ไม่สอดคล้องผู้โดยสาร 25.4 ล้านคน ตร.ลุยสอบทุจริต

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช หัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในการบริหารกิจการของบริษัทและปัญหาการทุจริต บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ว่าการบินไทยจะเปลี่ยนสภาพจากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัทเอกชน กรณีกระทรวงการคลังลดสัดส่วนการถือหุ้นให้ต่ำกว่า 50% คณะทำงานชุดดังกล่าวยังจะเดินหน้าตรวจสอบทุจริตการบินไทยต่อ

เนื่องจากคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบเป็นคำสั่งของ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงสามารถดำเนินการต่อได้ นอกจากนี้ การตรวจสอบของคณะทำงานเป็นการสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่การสอบสวน และยังไม่มีการกล่าวหาใครจึงสามารถดำเนินการได้

“ขณะนี้ได้เชิญผู้บริหารจากฝ่ายต่างๆ ของการบินไทยมาสอบแล้ว จำนวน 4 ปาก ต้องสอบเพิ่มเติมอีกหลายปาก คาดว่าจะได้ผลสรุปภายใน 150 วัน หรือภายใน ส.ค.นี้ หากผลสอบพบว่ามีมูลการทุจริต คณะทำงานจะสรุปเรื่องเสนอให้ รมช.ถาวร พิจารณาก่อน จากนั้นจะต้องส่งเรื่องต่อให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อาจมีการเสนอข้อมูลให้ตรวจสอบ เบื้องต้นมี 2 หน่วยงาน คือ 1.ส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ และ 2.ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะส่งเรื่องให้ทั้ง 2 หน่วยดำเนินการ

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ข้อมูลที่คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในการบริหารกิจการของบริษัทและปัญหาการทุจริตการบินไทย ได้ดำเนินการตรวจสอบนั้น เบื้องต้นเป็นประเด็นที่สร้างความเสียหายกับการบินไทย ส่งผลกระทบต่อรายได้ อาทิ การขายตั๋ว การบริหารจัดการภายในองค์กร รวมไปถึงโครงสร้างการบริหารที่มีความทับซ้อน

สำหรับข้อมูลที่สามารถรวบรวมได้ และมีแนวโน้มนำไปสู่การทุจริต คือ ข้อมูลการขายตั๋วโดยสารของการบินไทย ในปี 2562 พบว่ามีรายได้จากการขายตั๋ว และค่าขนสัมภาระ รวมอยู่ราว 1.4 แสนล้านบาท ขณะที่ปริมาณผู้โดยสาร มีจำนวน 25.4 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าค่าโดยสารต่อหัวเฉลี่ยของการบินไทยต่ำอยู่ที่ประมาณ 6,081 บาทต่อคน ถือว่าน้อยมาก และไม่สอดคล้องกับราคาตั๋วโดยสารที่แท้จริง

“รายได้ของการบินไทย ในปี 2562 พบว่าลดลง เป็นผลย้อนแย้งกับอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (เคบิ้นแฟกเตอร์) ที่สูงขึ้น เพราะในปีที่ผ่านมา การบินไทยมีเคบิ้นแฟกเตอร์สูงเฉลี่ยอยู่ราว 80% เรื่องนี้จึงต้องพิจารณาในรายละเอียด แต่ก็พบว่ารายได้และค่าใช้จ่ายของการบินไทยมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ต้องรอบคอบ และหาข้อมูลให้ครบถ้วนที่สุด”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รมว.กห.สหรัฐยัน ไม่ใช้ทหารจัดการผู้ประท้วง
บทความถัดไป‘สมชาย’ แจง ‘สุชาติ’ นั่งปปช.ได้ ชี้กก.สรรหา ‘พล.อ.นิพัทธ์’ เป็นคนละชุด ตีความคนละแบบ