ศอ.บต. ห่วงเศรษฐกิจภาคใต้ เตรียมรับมือหลังโควิด-19 หวังอุตสาหกรรมแห่งอนาคตฟื้นฟู
วันที่ 6 มิถุนายน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ กระบวนการสร้างการรับรู้และการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยมีหน่วยงานภาคเอกชนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุม นำโดยนายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ณ โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังพบว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของพื้นที่ที่ผ่านมาประสบปัญหาทั้งจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากผลผลิตทางการเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวตกต่ำลงตามลำดับ คาดการณ์อนาคตมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
นายสันติ รังสิยาภรณ์รัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ ได้นำเสนอข้อมูลเศรษฐกิจไทย เศรษญกิจภาคใต้และเศรษฐกิจจังหวัดสงขลา ทั้ง 3 ส่วน ล้วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบว่า เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ 5 ตัวหลัก ในภาพรวมหดตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อติดลบ และจำนวนการวางงานเพิ่มขึ้น ที่น่าห่วงคือโครงสร้างเศรษฐกิจภาคใต้กว่าร้อยละ 60 ยังคงพึ่งพาภาคเกษตร ท่องเที่ยว การค้า เป็นหลัก ในขณะที่รายจ่ายภาครัฐกลับมาหดตัวสวนทางกับประเทศ คาดการณ์กันว่า จะมีกลุ่มแรงงานที่มีความเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง 1.7 ล้านคน ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องให้ความสำคัญกับมาตราการฟื้นฟูต่อจากการเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ แรงงาน ภูมิคุ้มกันให้ภาคครัวเรือนและ SMEs ที่เปราะบาง แต่ที่สำคัญที่สุด ต้องรับความท้าทายของโลกหลังโควิด-19 ที่จะก่อให้เกิดธุรกิจใหม่ และการโยกย้ายคน และทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในขณะที่ ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่าศอ.บต. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการนำเสนอที่มา และความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ จากการมีเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ตามที่ มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2559 ประกอบมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำใ่นการดำเนินการในเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมพื้นที่อำเภอจะนะ เพื่อเป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนั้น เป็นการบังคับใช้มาตรา10 แห่งพ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อร่วมกันกำหนดและเชื่อมโยงมิติการพัฒนาไปพร้อมกัน เน้นการจัดทำโครงการเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ไปพร้อมกับแผนพัฒนาของเอกชน ซึ่งผู้บริหารของภาคเอกชนมีความประสงค์จะเข้าร่วมพัฒนาพื้นที่ ร่วมกับรัฐบาลและประชาชน เพื่อยกระดับเมืองจะนะให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งครบวงจร ศูนย์กลางพลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมสีเขียว อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารปลอดภัย และอุตสาหกรรมขนส่งทางราง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาในพื้นที่ไปพร้อมกันอย่างสร้างสรรค์ และเน้นย้ำธุรกิจสีเขียว-สีน้ำเงิน ไม่มีปิโตรเคมีในแผนการพัฒนาแน่นอน ตามที่ผู้บริหารระดับสูงสุด ได้มีเอกสารที่แสดงเจตนารมณ์ ในการดูแลช่วยเหลือประชาชนให้เติบโตไปพร้อมกัน

