หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.อ.ท.จับตาเห...

ส.อ.ท.จับตาเหล็กจีนล้นประเทศ มุ่งหน้าเข้าไทย ลุ้นทีโออาร์รัฐใช้เหล็กผลิตเอง

8.06.20 | 03:52 น.

ส.อ.ท.จับตาเหล็กจีนล้นประเทศ มุ่งหน้าเข้าไทย ลุ้นทีโออาร์รัฐใช้เหล็กผู้ผลิตไทย

นายกรกฎ ผดุงจิตต์ เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจเหล็กครึ่งปีหลังของปี 2563 มีแนวโน้มถดถอยมากขึ้นเนื่องจากโครงการก่อสร้างเก่าเริ่มทยอยจบลง ขณะที่โครงการใหม่ในส่วนของภาคเอกชนแทบไม่มีเพราะผลกระทบจากโควิด-19 ที่ฉุดกำลังซื้อลดลงอย่างหนักทั้งโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม โรงงาน ดังนั้นจึงต้องรอลุ้นโครงการจากภาครัฐว่าจะมีเม็ดเงินงบประมาณในการขับเคลื่อนมากน้อยเพียงใดและรวมถึงมาตรการที่จะส่งเสริมการใช้เหล็กในประเทศเป็นสำคัญ

นายกรกฎ กล่าวว่า สิ่งที่กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กต้องติดตามใกล้ชิดคือการนำเข้าสินค้าเหล็กจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากจีนมาไทย ล่าสุดเดือนเมษายน ไทยนำเขาเหล็กเคลือบอลูมิเนียมสังกะสีทาสี จากจีนเพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม สูงถึง 80% ประเมินว่าสินค้าเหล็กของจีนมีล้นสต๊อกนับ 100 ล้านตัน เพราะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กำลังหาทางระบายมายังตลาดอาเซียนและหนึ่งในประเทศเป้าหมายคือไทย ทั้งนี้ปี 2562 ไทยนำเข้าเหล็ก 12 ล้านตัน ผลิตในประเทศ 7 ล้านตันและส่งออก 1 ล้านตัน ชี้ให้เห็นว่าการบริโภคเหล็กในประเทศปีที่ผ่านมามีปริมาณเท่ากับ 18 ล้านตัน เป็นการใช้เหล็กในประเทศที่มีส่วนแบ่งของการนำเข้าถึง 2 ใน 3 ส่วน ขณะที่ส่วนแบ่งที่เหลือ 1 ใน 3 เป็นของฝ่ายผู้ผลิตในประเทศเท่านั้นและแนวโน้มสัดส่วนการใช้ในประเทศจะลดลงมากขึ้น

นายชัยเฉลิม บุญญานุวัตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ การตลาดและการขาย บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) และในฐานะอุปนายกสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า กล่าวว่า หลังจาก 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทยได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้พิจารณาแนวทางการช่วยเหลืออุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯได้หารือร่วมกับกรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณากำหนดเงื่อนไขในทีโออาร์ให้ใช้สินค้าเหล็กที่ผลิตในประเทศ โดยเอกชนได้ติดตามใกล้ชิดเพราะนี่คือทางรอดที่สำคัญ

“หนึ่งในข้อเสนอของ 7 สมาคมฯคือการส่งเสริมการใช้สินค้าเหล็กในประเทศที่ผู้ประกอบการผลิต และจำหน่ายให้กับงานโครงการของรัฐได้ โดยการให้แต้มต่อ 3-7% กับผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองคุณภาพตาม มอก. และกำหนดสัดส่วนการใช้สินค้าเหล็กและเหล็กกล้าที่ผลิตได้ภายในประเทศ 90% เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กทั้งห่วงโซ่การผลิต เนื่องจากประเมินว่าเหล็กไม่เพียงจากจีนเท่านั้น จากที่อื่นๆจะทะลักเข้ามาไทยแน่นอนเพราะผลกระทบโควิด-19ทำให้การผลิตเหลือและที่ผ่านมาไทยเองเป็นผู้นำเข้าเหล็กอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ และผู้ผลิตเหล็กในประเทศใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยเพียง 40% เท่านั้น หากหนุนให้ใช้เหล็กไทย การจ้างงานจะเกิดขึ้น และเงินก็จะหมุนเวียนในประเทศ”นายชัยเฉลิมกล่าว