หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.จับมือผู้ส...

พณ.จับมือผู้ส่งออกข้าว พยุงเป้า7.5ล้านตัน ลุ้น 2 ปัจจัยหนุน อากาศป่วน-บาทอ่อน32.50บาท  

8.06.20 | 16:10 น.

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  กล่าวภายหลังรับมอบข้าวสาร 5 หมื่นถุงๆละ 5 กิโลกรัม มูลค่า 4.5 ล้านบาท จากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เพื่อนำส่งต่อให้ประชาชนบรรเทาทุกช่วงโควิด-19 ว่า ในนามของกระทรวงพาณิชย์ ขอขอบคุณสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย บริจาคข้าวสารถุงเพื่อให้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการส่งมอบให้ถึงมือพี่น้องประชาชนผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสที่ประสบภัยโควิด-19  ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมมือร่วมใจกันทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองด้วยกันมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการดำเนินการทำรายได้เข้าประเทศ การส่งออกข้าว ยังจับมือร่วมกันในการทำตัวเลขเพื่อทำรายได้จากการส่งออกข้าวของไทยให้กับประเทศให้มากที่สุด จะส่งผลกับเกษตรกร สำหรับสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยในปี 2563 ยังคงเป้าหมายผลักดันส่งออก 7.5 ล้านตัน โดย 5 เดือนแรกปีนี้ ส่งออกได้ไม่ถึง 3 ล้านตัน ยังขาดอีก 4.5 ล้านตัน ฉะนั้นช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเพิ่มความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันให้ได้ตามเป้าหมาย

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ช่วงที่เหลือของปีต้องส่งออกให้ได้ 7 แสนตันต่อเดือน จึงจะได้ตามเป้าหมาย 7.5 ล้านตัน ส่วนจะได้ตามเป้าหมายต้องมีหลายปัจจัยสนับสนุน ได้แก่  ภาวะอากาศที่ป่วนแปรกระทบต่อผลผลิตในหลายประเทศ หากครึ่งปีหลังมีพายุรุนแรงทำลายผลผลิตในหลายประเทศก็จะส่งผลต่อการนำเข้าข้าวเพิ่มขึ้นหรือประเทศที่ห้ามส่งออกกลับมาส่งออกแข่ง เช่น เวียดนาม อินเดีย  ขณะนี้ในไทยต้องดูผลผลิตฤดูกาลใหม่ที่เริ่มเพาะปลูกหากฝนชุกจะมีผลต่อปริมาณผลผลิตที่จะออกอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

ร.ต.ท.เจริญ กล่าวว่า อีกปัจจัยที่อยากให้รัฐบาลดูแล คือการรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทให้ใกล้เคียงประเทศคู่แข่ง โดยค่าเงินบาทที่แข็งขันได้ในตอนนี้อยู่ที่ 32.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ  และการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกพืชไร่  ในส่วนการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ที่ตอบสนองกำลังซื้อโลกคือข้าวพื้นนุ่ม ซึ่งในเดือนมิถุนายนนี้จะเพิ่มเพาะปลูก 2 สายพันธุ์ ที่จะได้ผลผลิตป้อนส่งออกในปลายปีนี้ และในเดือนกรกฎาคมนี้จะจัดประกวดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ เพื่อให้พันธุ์ท้องถิ่นที่มีจำนวนมากได้เปิดตลาดส่งออก

“ ทิศทางราคาข้าว ช่วง 2 เดือนจากนี้น่าจะทรงตัว เคลื่อนไหวแคบๆ จนกว่าผลผลิตใหม่อีก 2 เดือนข้างหน้าจะออกสู่ตลาด หรือในเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ ก็จะเห็นทิศทางข้าวว่าจะลงหรือขึ้นอีก จากปีนี้ราคาข้าวค่อนข้างสูงจากสถานการณ์ผลผลิตโลกลดลง ปัญหาโควิดระบาดจนมีการสต๊อกข้าว ซึ่งสมาคมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ มีการประชุมทางไกลกับประเทศนำเข้าต่างๆต่อเนื่อง เพื่อให้เขาได้มั่นใจว่าไทยมีผลผลิตที่เพียงพอไม่ขาดแคลนและส่งมอบได้ทันที เพราะเมื่อมาตรการล็อกดาวน์ปิดประเทศหมดลง ก็จะทำให้การขนส่งมอบเกิดขึ้นได้ทันที “  ร.ต.ท.เจริญ กล่าว

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการหารือกับบริษัท คอฟโก ซึ่งเป็นหน่วยงานนำเข้าข้าวของรัฐบาลจีน เพื่อเจรจาให้นำเข้าข้าวจากไทยภายใต้การลงนามซื้อขาย 1 ล้านตันในรัฐบาลปัจจุบันที่เหลือคงค้างเจรจาเรื่องราคาและส่งออกอีก 3 แสนตันนั้นว่า อยู่ระหว่างเจรจาเพราะขณะนี้โครงการรถไฟความเร็วสูงก็มีความคืบหน้าแล้ว

Advertisement