ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ในการทำงานของกระทวงพาณิชย์ ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก็พยามจำกัดวงขอบเขตปริมาณของงานภารกิจในภาระหน้าที่ผมทำอยู่แล้ว ในภาพรวมทีมเศรษฐกิจอันไหนต้องประสานงานทำงานด้วยกันก็ประสานด้วยกันอย่างดี ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ถ้าสมมุติว่าต้องมีการประสานงานในกระทรวงอื่นๆ ภายใต้รัฐบาลเดียวกันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร กระทรวงพาณิชย์ก็ทราบขอบเขตภาระกิจความรับผิดชอบเป็นอย่างดีอยู่แล้ว และยืนยันเดินหน้าต่อไปในโครงการต่างๆของกระทรวงพาณิชย์ มีความชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งโครงการการประกันรายได้เกษตรกร เร่งรัดการส่งออก การปรับรูปแบบออฟไลน์อย่างเดียวเหมือนอดีตเป็นรูปแบบนิวนอร์มอล ที่เน้นการค้าออนไลน์มากขึ้น ก็สามารถเดินทางไปด้วยของมันเองอยู่แล้ว รวมทั้งนโยบายพาณิชย์ลดราคาสินค้าช่วยประชาชน เรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกระทรวงอื่นๆก็มีเวลาการตัดสินใจ ว่าต้องพิจารณาร่วมกันอย่างไร ก็มีเวทีที่ประชุมครม. ฉะนั้นใช้เวทีนั้นร่วมกันได้ นโยบายรัฐบาลถ้าเป็นรัฐบาลชุดเดิม นโยบายอะไรที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา อันนั้นถือเป็นข้อผูกพัน ต้องดำเนินการไม่ว่าพรรคการเมืองใดก็ตามที่มาเป็นพรรครัฐบาลด้วยกัน
เมื่อถูกถามว่าในพรรคประชาธิปัตย์จะมีการปรับเปลี่ยนอะไรหากปรับครม. นายจุรินทร์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้เริ่มต้นในการปรับคณะรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี ต้องเป็นผู้ดำริเริ่มต้น แต่จนวันนี้ ยังไม่มีสัญญาณอะไร และยังไม่มีการประสานงานใดว่า ต้องปรับคณะรัฐมนตรี
เมื่อถามว่าหากมีการปรับครม. จะยังคงยึดทำการทำงานที่กระทรวงพาณิชย์หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้นับหนึ่ง และพรรคแกนนำที่จัดตั้งรัฐบาลต้องเป็นผู้นับหนึ่งที่จะดำเนิน ประชาธิปัตย์แค่พรรคร่วมรัฐบาลหนึ่งเท่านั้น แต่การเข้าร่วมรัฐบาล เบื้องต้นก็มีเงื่อนไขที่ได้พิจารณาร่วมกัน ถือว่าเป็นเงื่อนไขร่วมรัฐบาลของประชาธิปัตย์ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประกันรายได้เกษตรกร การแก้รัฐธรรมนูญ และการบริหารราชการด้วยความซื่อสัตว์สุจริต ทั้งหมดยังอยู่และเป็นเงื่อนไข ในการทำงานร่วมกัน

