ธนารักษ์เตรียมจัดประมูลขายทิ้งที่ดินยึดทรัพย์ ฟอกเงิน ยาเสพติด 300 แปลง ส.ค.นี้ ย่านสุขุมวิท-สีลม ที่ดินริมน้ำนนท์ โรงแรมกลุ่มธรรมกาย พร้อมหารายได้เพิ่มจากที่ดินราชพัสดุ ท่าข้าวกำนันทรง อาหารเก่าร้อยปี เปิดให้เอกชนพัฒนาเชิงพาณิชย์ เล็งลดค่าเช่าให้เอกชน-ประชาชนช่วงโควิด -19 พร้อมเปิดโรงทานตามแนวคิดสมคิด
นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในเดือนสิงหาคม กรมเตรียมเปิดประมูลที่ดินถูกยึดทรัพย์จากกรณีคดียาเสพติด ฟอกเงิน ซึ่งคดีถึงสิ้นสุดแล้ว ซึ่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้ส่งที่ดินดังกล่าวมาให้กรมธนารักษ์ช่วยดูแล ซึ่งกรมได้ขอนโยบายไปยังนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง เปิดประมูลขายที่ดินดังกล่าวออกไป เพราะหากให้กรมมาดูแลคงมีกำลังคนไม่เพียงพอ ในรอบแรกที่จะเปิดประมูลมีประมาณ 200-300 แปลง คาดว่าจะได้เงินจากการประมูลดังกล่าวไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท
นายยุทธนา กล่าวว่า สำหรับที่ดินเด่น ๆ เช่น ที่ดินย่านสุขุมวิท 7-8 ไร่ ที่ดิน 2-3 ไร่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบางจาก ตึกแถวย่านสีลม ที่ดินแถวพระราม 3 และบริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่ดินริมน้ำจังหวัดนนทบุรี ซึ่งในการเปิดประมูลจะให้เอกชนที่เชี่ยวชาญด้านการประมูลที่ดินมาดำเนินการ และเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนเข้ามาประมูล เชื่อว่าจะได้ราคาดี เพราะคนไทยยังมีเงินพอสมควร ซึ่งที่ดินเปิดประมูลนั้นมีทำเลดี คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กรมในระดับหนึ่ง
“ที่ดินจากการยึดทรัพย์ ถือเป็นที่ดินจากนิติเหตุ สามารถขายขาดได้ ไม่เหมือนที่ดินราชพัสดุไม่สามารถขายได้ ต้องให้เช่าระยะยาวเท่านั้น ขณะนี้มีที่ดินนิติเหตุประมาณ 500 แปลง ที่กำลังส่งมาให้กรมดูแล โดยมีที่ดินของคดีธรรมกาย เป็นโรงแรมย่านรามคำแหง ทั้งนี้จะนำที่ดินนิติเหตุไปดำเนินการอย่างไรจะมีคณะกรรมการในการพิจารณา บางแห่งอาจนำไปใช้ประโยชน์ราชการ แต่บางแห่งไม่สามารถไปใช้ประโยชน์ราชการได้ จะขายประมูลขายออกไป”นายยุทธนากล่าว
นายยุทธนา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กรมยังมีนำที่ดินราชพัสดุมาดำเนินการเชิงพาณิชย์เพื่อหารายได้เพิ่มเติม เช่น ด่านสะเดา จ.สงขลาขณะนี้สร้างด่านใหม่แล้ว ท่าข้าวกำนันทรง จังหวัดนครสวรรค์ กว่า 400 ไร่ สามารถพัฒนาเป็นศูนย์กระจายสินค้า สวนสาธารณะ หรือแหล่งท่องเที่ยว สนามกอล์ฟบางพระ รวมถึงเร่งเปิดประมูลเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน จังหวัดหนองคาย มุกดาหาร นอกจากนี้มีอาคารและบ้านเก่าอายุกว่า 100 ปี มีแนวคิดให้เอกชนมาเช่าระยะยาวเพื่อนำไปพัฒนาเชิงพาณิชย์
นายยุทธนา กล่าวว่า ในช่วงโควิด -19 กรมลดและเลื่อนการชำระค่าธรรมเนียมการเช่าที่ราชพัสดุ ให้กับผู้ประกอบการ ผู้ค้ารายย่อยลดภาระค่าเช่า ประชาชน กำลังขยายเวลาออกไปเป็น 1 ปี รวมถึงกำลังศึกษาข้อเสนอของภาคเอกชนลดค่าเช่า 30-50% จากเดิมให้เลื่อนชำระ แต่มีเงื่อนไขห้ามปลดพนักงาน ส่วนที่อยู่อาศัย และที่ดินเกษตรนั้น กรมยกเว้นการเก็บค่าเช่า ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
นายยุทธนา กล่าวว่า ส่วนนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีต้องการให้หน่วยงานกระทรวงการคลังทำอาหารแจกจ่ายประชาชนช่วงโควิด -19 นั้น กรมธนารักษ์จับมือกับบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ทำข้าวกล่องแจกให้ประชาชน ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป โดยจะมีการคัดเลือกผู้ค้ารายย่อยหมุนเวียนรับจ้างทำข้าวกล่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยในช่วงที่ได้รับผลกระทบโควิด -19 ซึ่งใช้งบประมาณเบื้องต้น 7.5 ล้านบาท หลังจากนั้นประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานอื่น เพื่อขยายความช่วยเหลือแจกจ่ายอาหารต่อไป
ทั้งนี้หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลงบ้างแล้ว กรมธนารักษ์จะนำที่ราชพัสดุมาพัฒนาเป็นสถานที่สำหรับประชุมและเป็นตลาดแห่งใหม่ให้กับประชาชนในท้องถิ่นเพิ่มเติม และขยายวันการจัดตลาดในชุมชนเพิ่มขึ้นด้วย โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการในพื้นที่มีช่องทางนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีคุณภาพมาจัดจำหน่ายในราคาย่อมเยา รวมถึงสนับสนุนทำให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยว และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย

