เอพี ส่ง LIFE อโศก-พระราม 9 คอนโดใหม่พร้อมอยู่ มูลค่า 9,800 ล้าน ชูแนวคิด บริบทใหม่ของการอยู่อาศัยร่วมกันในความปกติใหม่
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ เตรียมส่งมอบ LIFE อโศก-พระราม 9 คอนโดมิเนียมร่วมทุนใหม่โครงการที่ 11 ระหว่างเอพีและพันธมิตรญี่ปุ่น มิตซูบิชิ เอสเตท เรสซิเดนซ์ (บริษัทในเครือมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป) ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเตรียมโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงเดือนสิงหาคมนั้น และเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไปจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ยิ่งโดยเฉพาะกับพื้นที่ส่วนกลาง (Public Area) พื้นที่ที่หลายคนอาจกังวลใจที่จะต้องใช้งานร่วมกัน บริษัทฯ จึงพร้อมเปิดตัว ‘THE FUTURE OF LONGEVITY DESIGN’ แนวคิดใหม่ในการออกแบบพื้นที่ และการบริหารจัดการเพื่อการอยู่อาศัยร่วมกันในวิถีใหม่อย่างยั่งยืนโดยนำร่องใช้ที่โครงการ LIFE อโศก-พระราม 9 เป็นแห่งแรก
“เราได้ศึกษาหาอินไซต์ของคนเมืองในมุมของการอยู่อาศัยร่วมกันกับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งพบ 3 ประเด็นที่คนให้ความสำคัญ ได้แก่ 1. ความหนาแน่น (Density) การจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการกับปริมาณการเข้าใช้งานในสเปซนั้นๆ 2. สุขภาพร่างกาย (Health) ความปรารถนาที่อยากจะมีสุขภาพร่างกายที่ดี 3. ทางเลือกด้านเทคโนโลยี (Technology) การมองหาเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการอยู่อาศัย ซึ่งทั้งหมดถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายยิ่งในการสร้างความมั่นใจ และทำให้สามารถใช้ชีวิตช่วงระหว่างและหลังวิกฤตได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย และมีความสุข โดยไม่สร้างภาระการดูแลและค่าใช้จ่ายในอนาคต” นายวิทการกล่าวและว่า ถือเป็นครั้งแรงของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยก็ว่าได้ กับการนำเสนอแนวคิดการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับการจัดการพื้นที่ส่วนกลางในวิถีใหม่ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการหลังการเข้าอยู่อาศัย ซึ่งสุดท้ายแล้ว เชื่อว่ามนุษย์ยังคงต้องการ Socialization หรือการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งการปรับดีไซน์ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจในการอยู่อาศัยของลูกค้าอย่างแน่นอน
นายพัชร ชยาสิริ ผู้อำนวยการเอพี ดีไซน์ แล็บ กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในครั้งครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะคีย์สำคัญนอกจากจะต้องคิดและทำให้เร็วแล้วนั้น รายละเอียดของงานดีไซน์ในพื้นที่ต่างๆ ที่ต้องปรับเพื่อแก้โจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตกับพื้นที่ส่วนกลางที่เปลี่ยนแปลงไป จะต้องถูกคิดแบบครบทุกมิติ ต้องไม่สร้างภาระให้กับลูกค้าหรือต้องย้อนกลับมาแก้ดีไซน์ใหม่เมื่อถึงวันที่การแพร่ระบาดยุติลง และสำหรับโครงการ LIFE อโศก-พระราม 9 ณ วันที่ WHO ประกาศสถานการณ์แพร่ระบาดทั่วโลก (เดือนมีนาคม) โครงการนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จไปมากกว่า 90% คงเหลือเพียงงานแลนด์สเคปและอินทีเรียเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่เพื่อความอุ่นใจ มั่นใจในการอยู่อาศัย บริษัทฯ จึงสร้างนิยามใหม่ (Redefine) ของการจัดวางสเปซในพื้นที่ส่วนกลาง ด้วยการคำนึงถึงสัดส่วนมนุษย์กับการเว้นระยะห่างทางสังคมตั้งแต่ 1.20-3.00 เมตร รวมถึงแนวคิดใหม่ในการออกแบบพื้นที่ส่วนตัวในพื้นที่ส่วนรวม (Space within Space) เช่น Pavilion Space การแยกสเปซรับรองออกเป็นพาวิลเลี่ยนย่อย เพื่อรองรับการใช้งานเฉพาะกลุ่มใน Lobby หรือ Cocoon Seat โซฟาที่ให้ความเป็นส่วนตัว
“ตลอดจนการให้ความสำคัญกับการสร้างอากาศที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นภายในโครงการ LIFE อโศก-พระราม 9 ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงการประหยัดพลังงานและการบำรุงรักษาในระยะยาว เช่น การออกแบบระบบระบายอากาศ (Ventilation Design) เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศภายใน Lobby ที่มีเพดานสูงมากกว่า 4.5 เมตรขึ้นไป มีใช้นวัตกรรม AP Corridor Window ดีไซน์ลิขสิทธิ์ของเอพี สร้างอากาศหมุนเวียนตามธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมง การติดตั้ง Plasma Cluster Technology เทคโนโลยีฟอกอากาศช่วยให้อากาศภายในลิฟต์โดยสาร โถงลิฟต์ หรือพื้นที่ปิดอย่าง Private Co-Working Room และ Private Workout Space เป็นอากาศที่บริสุทธิ์ปราศจากแบคทีเรีย ไวรัส และฝุ่น PM2.5 ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุหรือเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมความอุ่นใจในการอยู่อาศัย เช่น สีทาอาคารปลอดสารพิษ (Non-Toxic) การเลือกใช้ Anti-Bacterial Film สำหรับปุ่มกดลิฟท์และมือจับประตู และ Self-Cleaning Alcohol Station เป็นต้น” นายพัชรกล่าว

