หุ้นไทยดิ่ง ปิดลบ 22 จุด ดัชนีหลุดระดับ 1,400 จุด นับแต่ต้นสัปดาห์ร่วงแล้ว 41.89 จุด

หุ้นไทยดิ่ง ปิดลบ 22 จุด ดัชนีหลุดระดับ 1,400 จุด นับแต่ต้นสัปดาห์ร่วงแล้ว 41.89 จุด

วันที่ 11 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ1,418.77 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,412.45 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,396.77 จุด ปรับลดลง 22.00 จุดหรือ 1.55% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,421.51 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,384.68 ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่82,892.56 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 4,111.30 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 434.27 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 752.80 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ5,298.37 ล้านบาท

โดยนางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบ โดยดัชนีปรับลดระดับลงร้อนแรงในภาคบ่าย  โดยดัชนีเคลื่อนไหวในแนดลบ สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเดียวกัน ที่แดงเถือกเกือบทั้งหมด ยกเว้นตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ที่สามารถเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ รวมถึงดัชนีดาวโจนฟิวเจอร์ที่ปรับลดระดับลงกว่า 489 จุด ทำให้ตลาดหุ้นหุ้นไทยปรับลดลงตามบรรยากาศตลาดหุ้นสหรัฐ และตลาดหุ้นรอบตัว อีกทั้งยังมีสาเหตุจากตลาดผิดหวังในผลการประชุมธนาคารกลางหสรัฐ (เฟด) ที่ออกมาแสดงความกังวลในภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐ และการกลับมาระบาดรอบ 2 ที่อาจเกิดขึ้นแม้ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดจะตอบรับข่าวดี ในส่วนของตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาดูดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้มีความหวังมากขึ้นว่า เศรษฐกิจจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เร็ว ประกอบกับการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ตลาดกังวลว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมาตรการออกมาควบคุมการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไปตามที่เคยส่งสัญญาณออกมา

หากนับตั้งแต่วันที่ 8-12 มิถุนายน ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงแล้วกว่า 41.89 จุด หรือประมาณ 2.91% ซึ่งถือว่าปรับลงแบบร้อนแรงมาก โดยการที่ดัชนีหลุดระดับ 1,400 จุด เป็นเพราะหลุดระดับทางเทคนิคที่ 1,410 จุดก่อน หลังจากนั้นก็ทิ้งตัวลงมา รวมถึงการที่นักลงทุนสถานบันขายหุ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 แล้ว ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบค. ชุดใหญ่ ที่คาดว่าจะมีการพิจารณาประกาศปลดล็อกดาวน์เฟส 4 ออกมาเพิ่มเติม ส่วนปัจจัยต่างประเทศ เป็นเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศขนาดใหญ่ อาทิ สหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู)” นางสาววิลาสินีกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ข่าวเฟด-โออีซีดี ทุบหุ้นทั่วโลกร่วงระนาว
บทความถัดไป“นิพิฏฐ์”ขอเป็นตัวกลาง ชวน“จุรินทร์-เฉลิมชัย”จับเข่าคุยลูกพรรค อุดรอยรั่วคาใจ