‘เอ็มคอต’ ขาดทุนยับ 877 ลบ. รายได้รวม 467 ลบ. ลดจากปีก่อน 21% เชื่อครึ่งปีหลังดีขึ้น

‘เอ็มคอต’ ขาดทุนยับ 877 ลบ. รายได้รวม 467 ลบ. ลดจากปีก่อน 21% เชื่อครึ่งปีหลังดีขึ้น

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือเอ็มคอต เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2563 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 877 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 32 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ในธุรกิจหลัก และการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ จำนวน 765 ล้านบาท ตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์

สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 1/2563 อยู่ที่ 467 ล้านบาท ลดลง 21% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 594 ล้านบาท โดยมีรายได้จากธุรกิจโทรทัศน์ จำนวน 111 ล้านบาท ลดลง 35% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 171 ล้านบาท, รายได้จากธุรกิจวิทยุ จำนวน135 ล้านบาท ลดลง 18% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 164 ล้านบาท, รายได้จากธุรกิจใหม่ (สื่อออนไลน์ต่างๆ) จำนวน 4 ล้านบาท ลดลง 56% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 9 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในไตรมาส 1/2563 เป็นไตรมาสสุดท้ายที่บริษัทจะมีรายได้จากธุรกิจร่วมดำเนินกิจการ เนื่องจากสัญญาร่วมดำเนินกิจการกับ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ได้สิ้นสุดลง โดยในไตรมาส 1/2563 มีรายได้จำนวน 101 ล้านบาท ลดลง 13% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน

ส่วนรายได้จากธุรกิจการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัลในไตรมาส 1/2563 จำนวน 92 ล้านบาท ลดลง 22% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 118 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากธุรกิจการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล และรายได้จากธุรกิจการให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียม

โดยในปีที่ผ่านมา มีลูกค้าบางส่วนพิจารณาคืนใบอนุญาต ทำใหลูกค้าเช่าโครงข่ายฯ มีจำนวนลดลง 3 ช่องรายการ ได้แก่ ช่องสปริงส์นิวส์ ช่องวอยส์ทีวี และช่องเอ็มคอต แฟมิลี่ เป็นผลทำใหร้ายได้เริ่ม ลดลงตั้งแต่สิ้นไตรมาส 3/2562 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้พิจารณาให้ใบอนุญาตช่องรายการโทรทัศน์ประเภทสาธารณะ เพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น 15 ช่อง และจะออกอากาศบนโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ของเอ็มคอต จำนวน 5 ช่อง ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถรับรรู้ายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 เป็นต้นไป

ขณะที่ ธุรกิจการให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมในไตรมาส 1/2563 บริษัทมีรายได้ลดลงจากจำนวนผู้ใช้บริการที่ลดลง แต่บริษัทยังคงให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมซีแบนด์และดำเนินการลดค่าใช้จ่ายการจากเช่าใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมในส่วนที่ลูกค้าลดการใช้งานลงด้วยเช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon