เอกชนเชียร์รัฐคลายล็อกเฟส4-ยกเลิกเคอร์ฟิว ชี้มาถูกทางแล้ว
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า จากการประกาศผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เป็นช่วงที่ 4 และประกาศยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ นั้น มองว่ารัฐบาลเริ่มเดินมาถูกทางแล้ว เพราะการยกเลิกเคอร์ฟิว และการคลายล็อคในบางธุรกิจ อาทิ ร้านอาหารสามารถกลับมาเปิด-ปิดตามเวลาปกติ และสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ เป็นต้น จะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงเวลากลางคืนทำได้คล่องตัวมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการขนส่งสินค้าในเวลากลางคืนที่สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติไม่ต้องเตรียมเอกสารเพื่อยื่นต่อเจ้าหน้าที่อีกด้วย
“การคลายล็อก ระยะที่ 4 และการยกเลิกเคอร์ฟิว ถือเป็นสัญญาณที่ดีของภาคเศรษฐกิจ ถึงแม้การดำเนินธุรกิจจะยังไม่กลับมา 100% แต่ก็ถือว่าสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ในระดับหนึ่ง ว่ารัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่บางส่วนก็ยังมีความกังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดในรอบที่ 2 ดังนั้น ในการกลับมาเปิดธุรกิจในครั้งนี้ มองว่าทุกธุรกิจต้องมีการปรับตัวและต้องสร้างความเข้าใจให้กับผู้มาใช้บริการในเรื่องของการเช็คอินและเช็คเอาท์ ซึ่งยังเป็นเรื่องที่สำคัญในช่วงแรกอาจจะมีความยุ่งยากเล็กน้อย แต่เชื่อว่าหากทุกฝ่ายช่วยกันสถานการณ์ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆ นี้ อย่างแน่นอน” นายวิศิษฐ์กล่าว
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนภาคการท่องเที่ยวมองว่าแนวคิด การจับคู่ประเทศที่สามารถจัดการสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี (ทราเวล บับเบิล) เพื่อแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว นั้น เป็นแนวคิดที่ดี หากสามารถทำได้จริงจะช่วยให้ไทยมีเงินจากต่างชาติเข้ามาหมุนเวียนในประเทศได้ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนในประเทศเป็นหลัก โดยเชื่อว่ารัฐบาลของไทยและประเทศที่จะมีการจับคู่ต้องมีวิธีในการสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยและคนในประเทศได้ ส่วนตัวมองว่าในช่วงแรกอาจจะเป็นการอนุญาตให้กลุ่มนักธุรกิจ หรือกลุ่มที่มีภารกิจสำคัญเข้ามาในประเทศก่อน หากทุกอย่างสามารถควบคุมได้จึงจะดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศต่อไป
นอกจากนี้ ในส่วนของภาคการส่งออกยังอยู่ทรงตัวตามสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่จากเดิมที่คาดว่าภาพรวมการส่งออกจะมีทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4/2563 อาจมีการฟื้นตัวเพียงบางรายการเท่านั้น เนื่องจากบางประเทศยังไม่มีการคลายล็อก หรือประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวเหมือนประเทศไทย จึงทำให้ยอดสั่งซื้อสินค้าและการขนส่งสินค้ายังไม่กลับมาเท่าที่ควร ทั้งนี้จึงต้องติดตามสถานการณ์ของประเทศคู่ค้าต่อไป แต่คาดว่าอาจจะได้เห็นการฟื้นตัวของภาคการส่งออกในภาพรวมได้ในปี 2564

