นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป และรองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ประท้วงในสหรัฐ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคนผิวสี ที่เกิดขึ้นปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเริ่มลุกลามปานปลายเป็นการก่อจลาจลไปทั่วประเทศ จนช่วงต้นเดือนมิถุนายน รัฐบาลกลางสหรัฐต้องประกาศมาตรการเคอร์ฟิวเป็นการให้อำนาจผู้ว่าการแต่ละมลรัฐตัดสินใจและให้ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งมีหลายมลรัฐเริ่มทยอยประกาศเคอร์ฟิวอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นยังประเมินค่อนข้างยาก แต่เอกชนเริ่มมีความกังวลด้านการขนส่งสินค้าในประเทศ ที่จะขนจากท่าเรือไปยังจุดกระจายสินค้าและจุดจำหน่ายสินค้าได้หรือไม่ แม้ขณะนี้ระบบขนส่งสามารถทำได้อย่างเป็นปกติ
” หากการประท้วงยืดเยื้อยาวนานออกไป จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของสหรัฐรอบที่สอง ต่อเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19ที่ยังไม่มีความแน่นอนและสหรัฐยังเป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิด-19มากที่สุดในโลก โดยประเมินผลกระทบของโควิดทำให้เศรษฐกิจสหรัฐไตรมาสแรกติดลบถึง 4.8% ต่ำสุดในรอบหลายสิบปี ประกอบกับประมาณการของธนาคารโลก คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐปีนี้น่าจะติดลบ 6.1% โดยการส่งออกของสหรัฐเดือนเมษายนติดลบแล้วกว่า 20.5% ต่ำสุดในรอบ 10 ปี ส่วนการนำเข้าของสหรัฐ ติดลบ 13.7% ต่ำสุดรอบ10ปีเช่นกัน เมื่อประเทศเศรษฐกิจหลักของโลกอย่างสหรัฐติดลยย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ” นายวิศิษฐ์ กล่าว
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนความเปราะบางทางเศรษฐกิจของสหรัฐค่อนข้างรุนแรง รวมกับเหตุการณ์จราจลเป็นเหตุให้ต้องประกาศเคอร์ฟิวในหลายมลรัฐ เป็นการซ้ำเติมธุรกิจภายในสหรัฐหนักอีกระลอก อาทิ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม ห้างค้าปลีก ธนาคาร สำนักงานต่างๆ จำเป็นต้องปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย โดยการส่งออกของไทยโดยรวม ตลาดสหรัฐจะมีสัดส่วนประมาณ 12% หรือมีมูลค่าส่งออกกว่า 3.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ ส่งออกไปสหรัญจะขยายตัวบวก 4.6% แต่หักยานพาหนะซ้อมรบระหว่างไทยกับสหรัฐ เหลือเฉพาะรายการสินค้าพบว่าติดลบถึง 16% จากการส่งออกสินค้าหลักลดลง อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยานพาหนะและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลไม้กระป๋องและแปรรูป เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ เป็นต้น หากการประท้วงยืดเยื้อ 1-2 เดือนต่อเนื่องในระยะต่อไปจะกระทบต่อการส่งออกไทยไปสหรัฐชะงักได้
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้กำลังติดตามเรื่องกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐ พบว่า เริ่มหดตัวอย่างชัดเจน รวมกับมีการปิดกิจการหรือธุรกิจชั่วคราวในหลายเมืองก็จะมีผลต่อกิจกรรมเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการในสหรัฐ แต่ภาคการผลิต ภาคบริการขนส่งระหว่างประเทศของสหรัฐ ยังสามารถดำเนินกิจกรรมได้ในระดับปกติ แต่อาจปรับคำสั่งซื้อสินค้าและการชำระหนี้ในลักษณะสัญญาระยะยาวขึ้น ย่อมกระทบต่อภาคธุรกิจในสหรัฐและผู้ส่งออกของไทย คงต้องดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหารือกับภาครัฐต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

