หุ้นไทยดิ่งแรง ปิดลบ 40.57 จุด ดัชนีพักฐานลงหลังปรับระดับขึ้นจนแวลูเอชั่นตึงตัวจัด

หุ้นไทยดิ่งแรง ปิดลบ 40.57 จุด ดัชนีพักฐานลงหลังปรับระดับขึ้นจนแวลูเอชั่นตึงตัวจัด

วันที่ 15 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,382.56 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,354.28 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,341.99 จุด ปรับลดลง 40.57 จุดหรือ 2.93% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,379.78 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,338.25 ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่76,949.97 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 1,240.99 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,555.08 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 4,013.75 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 6,809.83 ล้านบาท

โดยนายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ปิดในแดนลบ โดยดัชนีปรับลดระดับลงอย่างร้อนแรง สาเหตุมาจากการปรับลงตามบรรยากาศตลาดหุ้นรอบบ้าน ที่ปรับลดลงทั้งหมด รวมถึงปัจจัยเฉพาะตัวของตลาดหุ้นไทยคือ มูลค่าหุ้น (แวลูเอชั่น) ในตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นมาค่อยข้างตึงตัวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นภาพการพักฐานกระแทกลงมาค่อนข้างแรง หลังจากหุ้นปรับขึ้นไปสูงมากก่อนหน้านี้ รวมถึงปัจจัยความกังวลสถานการณ์โควิด-19 ที่จะกลับมาระบาดระลอก 2 ด้วยหลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในหลายประเทศ ที่มีการปลดล็อกดาวน์ โดยเฉพาะสหรัฐณ ที่เห็นการติดเชื้อในหลายเมือง ซึ่งดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ฟื้นขึ้นมาแรงมาก จนทำให้หากประเมินดัชนีตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน แทบจะไม่ติดลบแล้ว ทั้งที่ช่วงก่อนหน้านี้ดัชนีปรับตัวลดลงหนักมาก ปัจจัยทั้งหมดผสมรวมกัน กดดันให้ตลาดหุ้นร่วงตามกันทั้งโลก

ตลาดหุ้นไทย พบแรงขายในกลุ่มหุ้นแบงก์สูงมาก เพราะหากทีการกลับมาระบาดระลอก 2 ในประเทศจริงๆ และต้องกลับมาล็อกดาวน์อีกครั้ง หุ้นแบงก็จะได้รับผลกระทบหนักอีกรอบ เป็นการมองข้ามไปยังช่วงถัดไป แต่ขณะนี้ยังไม่เกิดการระบาดระลอก 2 ขึ้น เพราะหากตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยพบไม่เกิน 20 คน หุ้นจะยังเคลื่อนไหวในระดับ 1,300-1,400 จุด ถือเป็นระดับที่ยังเล่นได้ แต่หากเกิน 20 คน และไม่ใช่ผู้ติดเชื้อที่กลับมาจากต่างประเทศ ดัชนีจะปรับลดลงแตะระดับ 1,250 จุด ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นการพักฐานหลังจากปรับขึ้นมาแรงๆ แต่เอาความกังวลการระบาดโควิด-19 รอบ 2 มาอ้างมากกว่านายณัฐพลกล่าว

นายณัฐพลกล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามเป็นสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ทั่วโลก ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทั้งการระบาดในประเทศใหม่ หรือการกลับมาระบาดรอบ 2 ของแต่ละประเทศ รวมถึงการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่จะมีอะไรออกมาสร้างความแปลกใจให้ตลาดหรือไม่ และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะมีการพิจารณามาตรการท่องเที่ยวออกมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ซึ่งในช่วงถัดไปมีปัจจัยที่รออยู่หลายเรื่อง โดยเชื่อว่าจะเข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่อง และพยุงตลาดหุ้นไทยให้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ เพราะความจริงแล้วการที่ไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง มองจุดต่ำสุดของดัชนีอยู่ที่ระดับ 1,350 จุดเท่านั้น แต่บรรยากาศที่ไม่สดใสนัก ก็อาจเป็นน้ำหนักกระแทกให้ดัชนีลงแรงได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าดัชนีหุ้นไทยจะไม่หลุดระดับ 1,300 จุดแน่นอน สำหรับกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ เลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจภายในประเทศ และกลุ่มมีปันผลดี ในช่วงที่ตลาดพักฐาน ได้แก่ หุ้นกลุ่มสื่อสาร อาทิ แอดวานซ์ อินทัช กลุ่มโรงไฟฟ้า อาทิ จีพีเอสซี บีกริม กลุ่มค้าปลีก อาทิซีพีออลล์ บีเจซี และโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ดีไอเอฟ โดยให้แบ่งน้ำหนักการลงทุนในหุ้น 50-70%

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon