หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ททท.’ เล็งชง...

‘ททท.’ เล็งชง 3 แพคเกจท่องเที่ยวเข้าครม. หลังประชุมร่วมคณะกรรมการกลั่นกรองฯ แล้ว

16.06.20 | 04:45 น.

‘ททท.’ เล็งชง 3 แพคเกจท่องเที่ยวเข้าครม. หลังประชุมร่วมคณะกรรมการกลั่นกรองฯ แล้ว

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้เข้าประชุมร่วมกับคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ที่มี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นประธาน โดยได้มีการพิจารณารายละเอียดและองค์ประกอบของแพคเกจในมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ที่ได้เตรียมไว้ จำนวน 3 แผน ได้แก่ แพคเกจกำลังใจ แพคเกจเราไปเที่ยวกัน และแพคเกจเที่ยวปันสุข ภายใต้กรอบเวลาดำเนินการ 4 เดือน หรือตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม วงเงิน 20,000 ล้านบาท ส่วนรายละเอียดของแต่ละแพคเกจที่เสนอไป จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่นั้น คาดว่าต้องออกมาตามความเหมาะสมแน่นอน โดยหากแพคเกจออกมาในรูปแบบที่เสนอไป ไม่เปลี่ยนแปลงหรือแตกต่างมากนัก คาดว่าจะทำให้การท่องเที่ยวในประเทศฟื้นตัวกลับมาได้เร็วขึ้น มีความคึกคักมากกว่าช่วงที่ผ่านมา ซึ่งประเมินว่า ทั้ง 3 แพคเกจจะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดทั้งทางตรงและทางอ้อมกว่า 50,000 ล้านบาท

“ยังไม่ชัดเจนว่ารายละเอียดของมาตรการที่วางไว้ทั้งหมดจะออกมาอย่าง เปลี่ยนแปลงหรือไม่ เนื่องจากต้องรอเสนอเข้าครม. ในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ก่อน จึงจะมีการพิจารณาและเปิดเผยผลสรุปของมาตรการที่ชัดเจนออกมาได้ โดยเบื้องต้นที่หารือกันไว้ ตั้งให้ใจเข้าเสนอครม. ทันในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ทำให้ตอนนี้น่าจะต้องรอหลังประชุมครม. แล้วเสร็จทีเดียว” นายยุทธศักดิ์กล่าว

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดของ 3 แพคเกจ ได้แก่ 1.แพคเกจกำลังใจ เพื่อตอบแทนบุคลากรแนวหน้าในการรับมือการระบาดไวรัสโควิด-19 อาทิ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 1.2 ล้านคน โดยสนับสนุนงบฯ ศึกษาดูงานแบบอบรมสัมมนา ผ่านผู้ประกอบการนำเที่ยวในประเทศ เช่น บริษัททัวร์และรถเช่า ใช้งบประมาณ 2,400 ล้านบาท หรือรัฐบาลจ่ายเงินให้ 2,000 บาทต่อคน 1.แพคเกจเราไปเที่ยวกัน ช่วยเหลือโรงแรมและที่พักที่ถูกกฎหมาย เป็นระบบร่วมกันจ่าย เป้าหมายห้องพัก 5 ล้านห้อง รัฐบาลช่วยจ่าย 40% หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ต้องเป็นคนไทยอายุ 20 ปีขึ้นไป และ 3.แพคเกจเที่ยวปันสุข โดยจะช่วยเหลือสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งการดำเนินการจะคล้ายกับแพคเกจเราไปเที่ยวกัน แต่จะใช้เงินสำหรับซื้อตั๋วเครื่องบิน เป็นโครงการระบบร่วมกันจ่ายระหว่างนักท่องเที่ยวและรัฐบาล โดยผู้ใช้บริการออกค่าตั๋ว 60% รัฐบาลให้ส่วนลด 40%

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ในส่วนของกรณีการเปิดท่องเที่ยวแบบจับคู่เดินทางระหว่างประเทศที่ควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแทรเวลบับเบิล เกณฑ์เบื้องต้นในการพิจารณาประเทศที่จะเป็นคู่เดินทางกับประเทศไทยคือ ต้องไม่เป็นประเทศที่มีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรง และเป็นประเทศที่มีควบคุมโควิด-19 ได้ดีไม่แตกต่างจากประเทศไทย โดยขณะนี้มีการเจรจาร่วมกับทูตของประเทศจีน สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และเกาหลีแล้ว แต่เป็นการหารือกันในเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งการที่จะเปิดประเทศและต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นำร่องโดยกลุ่มนักธุรกิจ และผู้ที่ต้องการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนไทยก่อน จะต้องมีการหารือถึงข้อปฏิบัติ และมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มคนอีกครั้ง จึงจะมีข้อสรุปและทดลองในระยะแรกต่อไป