‘ททท.’ ลุยต่อหลัง ‘ครม.’ เห็นชอบหลักการ 3 แพคเกจท่องเที่ยว เชื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 7 หมื่นล้านบาท
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบในหลักการของแพคเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศทั้ง 3 แพคเกจ ได้แก่ 1.กำลังใจ 2.เที่ยวปันสุข และ 3.เราไปเที่ยวกัน เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการหารือในส่วนของรายละเอียดการปฏิบัติให้ชัดเจน เนื่องจากครม. เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส และรัดกุมในการดำเนินโครงการ เพราะเป็นการใช้เงินงบประมาณจากพ.ร.ก.เงินกู้ก้อน 4 แสนล้านบาท โดยระยะเวลาในการดำเนินการของทั้ง 3 แพคเกจอยู่ที่ 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2563 ใช้เม็ดเงินงบประมาณทั้งหมดของโครงการ อยู่ที่ 22,400 ล้านบาท นำไปใช้ในโครงการกำลังใจ 2,400 ล้านบาท โครงการเราไปเที่ยวกัน 18,000 ล้านบาท และโครงการเที่ยวปันสุข 2,000 ล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการกระตุ้นเที่ยวในประเทศ จะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจทางตรง ประมาณ 45,000 ล้านบาท และทางอ้อม 25,000 ล้านบาท รวมปีะมาณ 70,000 ล้าบาท รวมถึงประเมินว่าทั้ง 3 แพคเกจที่ออกมา จะสามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายการทำงานที่ตั้งไว้ได้คือ รายได้ในภาคการท่องเที่ยวรวมทั้ง 2 ตลาด อยู่ที่ 1.23 ล้านล้านบาท ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศเกิดขึ้น 80-100 ล้านคน-ครั้ง สัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 65% ส่วนตลาดไทยเที่ยวไทยอยู่ที่ 35%
“ก่อนจะเริ่มดำเนินการจะต้องหารือหลักการข้อขั้นตอนปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นผู้เตรียมระบบจัดการให้ โดยจากนี้ภายใน 2 สัปดาห์จะต้องนำแผนปฏิบัติของแพคเกจทั้ง 3 แพคเกจ เสนอเข้าครม.พิจารณาขั้นตอนอีกครั้ง ซึ่งในสัปดาห์นี้จะเชิญผู้ประกอบการเข้ามาหารือร่วมกัน เพื่อเตรียมการทุกอย่างให้พร้อม โดยคาดว่าจะสามารถหารือกันได้ครบในสัปดาห์นี้ ส่วนสัปดาห์หน้าจะเป็นการลงพื้นที่ในบางพื้นที่ อาทิ การนำคิวอาร์โค้ดติดตั้งในที่พักที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงเปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการ ซึ่งทุกอย่างจะต้องเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อให้เดินทางได้ทันภายในวันที่ 1 กรกฎาคม และแล้วเสร็จในสิ้นเดือนตุลาคม ส่วนเรื่องการจับคู่ประเทศท่องเที่ยว (แทรเวลบับเบิล) ขณะนี้ยังไม่มีการหารือเพิ่มเติม รายละเอียดยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิม จึงต้องรอหารือร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะมีความชัดเจนอีกครั้ง แต่เชื่อว่าคงไม่ได้เริ่มต้นจับคู่ประเทศกันในเร็วๆ นี้” นายยุทธศักดิ์กล่าว
นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดของแพคเกจทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.แพคเกจกำลังใจ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าเดินทางของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวม 1,200,000 คน ให้เดินทางโดยการใช้บริการกับบริษัทนำเที่ยว ซึ่งรัฐจะสนับสนุนงบประมาณเดินทางไม่เกินคนละ 2,000 บาทต่อคน สำหรับการเดินทางที่ไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน โดยการเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ เพื่อรับสิทธิ์เที่ยวในแพคเกจดังกล่าว จะต้องหารือกับธนาคารกรุงไทยก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ระบบล่มขึ้น และต้องไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง โดยคาดว่าแพคเกจนี้จะสามารถเริ่มต้นให้สิทธิ์ร่วมกันทั้งหมดได้ แต่จะออกเดินทางช้าหรือเร็ว ในช่วงเวลาใดก็ต้องแล้วแต่ตัวบุคคล แต่จะต้องเที่ยวให้เสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนความกังวลในส่วนของการออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกันจำนวนมากๆ เบื้องต้นมองว่าไม่ได้น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะทุกคนจะต้องออกเดินทางและปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และมีการจำกัดจำนวนคนในการเข้าใช้บริการสถานที่ต่างๆ อยู่แล้ว รวมถึงยังต้องเป็นการเดินทางท่องเที่ยวแบบการเปลี่ยนแปลงวิถีใหม่ (นิวนอร์มอล) ด้วย
นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า รวมถึง 2.แพคเกจเที่ยวปันสุข รัฐบาลสนับสนุนการเดินทางของประชาชน จำนวนไม่น้อยกว่า 2,000,000 คน โดยการจำหน่ายบัตรโดยสารของผู้ประกอบการขนส่งด้านการท่องเที่ยว 3 กลุ่ม ได้แก่ สายการบินในประเทศไทย รถขนส่งไม่ประจำทางข้ามจังหวัด และรถเช่าในอัตรา 40% แต่ไม่เกิน 1,000 บาท และ 3.แพคเกจเราไปเที่ยวกัน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าโรงแรมที่พักในลักษณะร่วมจ่าย จำนวน 5,000,000 คืน ในอัตรา 40% ของค่าห้องพักแต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าอาหารและค่าใช้จ่ายสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการและ ซึ่งททท. จะแจ้งรายชื่อแก่ธนาคารกรุงไทย จำนวน 600 บาทต่อห้องต่อคืน และจะต้องมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่จังหวัดในทะเบียนบ้านของประชาชนผู้จองที่พัก

