‘ททท.’ เผยความคืบหน้า 3 แพคเกจท่องเที่ยว เล็งออกแคมเปญกระตุ้นเที่ยวเร็วขึ้นในเดือน ก.ค.-ส.ค.

‘ททท.’ เผยความคืบหน้า 3 แพคเกจท่องเที่ยว เล็งออกแคมเปญกระตุ้นเที่ยวเร็วขึ้นในเดือน ก.ค.-ส.ค.

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าแพคเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยทั้ง 3 แพคเกจ ได้แก่ 1.กำลังใจ 2.เที่ยวปันสุข และ 3.เราไปเที่ยวกัน ในระยะเวลา 4 เดือน หรือตั้งแตืเดือนกรกฎาคม-ตุลาคม 2563 โดยขณะนี้ได้หารือร่วมกับตัวแทนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่วนของทัวร์นำเที่ยว เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การจัดทำรายละเอียดการปฏิบัติตามขั้นตอนในการดำเนินตามแพคเกจต่างๆ ขั้นตอนที่ต้องคำนึงถึงด้วยคือ กระบวนการในการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วง 1-2 เดือนแรก หรือภายในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ คงไม่ปล่อยให้รอเที่ยวในช่วงท้ายๆ ของระยะเวลาที่กำหนดไว้ภายใน 4 เดือน (กรกฎาคม-ตุลาคม) ไม่อย่างนั้น อาจเกิดภาพคนแห่รอเที่ยวช่วงเดือนตุลาคมนี้กันหมด จึงต้องหาโปรโมชั่นหรืออออกแคมเปญสร้างแรงจูงใจในการเริ่มเดินทางเร็วขึ้น รวมถึงต้องให้ความสำคัญกับรูปแบบการออกเดินทางท่องเที่ยววิถีใหม่ (นิวนอร์มอล) เพื่อไม่ให้การกลับมาเริ่มต้นเดินทางอีกครั้ง เกิดการกลับมาระบาดรอบ 2 ของโควิด-19 ได้

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่หารือกันคือ รูปแบบของแพลตฟอร์มและขั้นตอนต่างๆ อาทิ 1.แพคเกจกำลังใจ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าเดินทางของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวม 1,200,000 คน ให้เดินทางโดยการใช้บริการกับบริษัทนำเที่ยว ซึ่งรัฐจะสนับสนุนงบประมาณเดินทางไม่เกินคนละ 2,000 บาทต่อคน สำหรับการเดินทางที่ไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน หากอสม. และรพ.สต. ออกเดินทางไปเที่ยวตามสิทธิ์ที่ได้รับแล้ว จะต้องได้รับการโอนเงินที่รัฐสนับสนุนให้อย่างไร โดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นย้ำในเรื่องของคุณภาพแพคเกจคือ การให้เงิน 2,000 บาทต่อคน เที่ยวจำนวน 2 วัน 1 คืน รูปแบบจะต้องเป็นอย่างไร ซึ่งต้องมีระบบในการตรวจสอบคุณ และดูแลรายละเอียดขั้นตอนต่างๆ โดยการประชุมร่วมภาคเอกชนล่าสุด มีตัวแทนของกรมการท่องเที่ยวเข้าร่วมประชุมด้วย และมีการกำหนดว่า การให้ 2,000 บาท จะต้องมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง อาทิ มีที่พัก มีอาหารกี่มื้อ มีมัคคุเทศก์ด้วยหรือไม่ เพื่อเป็นกรอบให้ทุกคนออกแบบแพคเกจที่มีคุณภาพส่งกลับมา ซึ่งจะมีการตรวจสอบกับกรมการท่องเที่ยวร่วมกับพื้นที่ทั้งการท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัด รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแต่ละจังหวัดด้วย รวมถึงระบบการตรวจสอบว่ามีการเข้าพักหรือใช้บริการจริง ก่อนที่จะมีการโอนเงินค่าท่องเที่ยวให้กับผู้ประกอบการต่อไป

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า สำหรับแพคเกจเราไปเที่ยวกัน ที่ 1 คนจะได้ 1 สิทธิ์ในการเข้าพักโรงแรมได้ไม่เกิน 5 คืน โดยรัฐบาลจะจ่ายส่วนต่างให้กับผู้ประกอบการ 40% ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน เท่ากับราคาห้องสูงสุดจะอยู่ที่คืนละ 7,500 บาท หากใช้สิทธิ์เต็ม 5 คืน เท่ากับรัฐบาลจะจ่ายค่าที่พัก 15,000 บาทแทนผู้ใช้สิทธิ์ รวมถึงยังได้รับสิทธิ์บัตรกำนัลดิจิทัล (อีวอยเชอร์) ผ่านแอปเป๋าตัง 600 บาทต่อคืน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งร้านอาหารในโรงแรมที่เข้าพัก หรือร้านอาหารนอกโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ บริการในโรงแรม ร้านอาหารข้างทางที่เข้าร่วมโครงการ และการเข้าชมกิจกรรมตามแหล่งท่องเที่ยว อาทิ
หากทานอาหารในโรงแรม 1 พันบาท ร้านอาหารจะคิดเงิน 600 บาท ส่วนอีก 400 บาท ระบบจะตัดจากอีวอยเชอร์โดยอัตโนมัติ ซึ่งหลักการสำคัญคือ จะต้องใช้ในพื้นที่ท่องเที่ยว และเบิกเป็นเงินสดไม่ได้ และต้องใช้ภายในวันที่ทำการเช็คเอ้าท์ออกจากที่พักก่อน 24.00 น.เท่านั้น ในส่วนของรูปแบบแพลตฟอร์มในการลงทะเบียนรับสิทธิ์หรือโอนเงินส่วนต่างคืนให้กับประชาชน จะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอการสรุปผลหลังจากหารือร่วมกับธนาคารกรุงไทยก่อน เนื่องจากเป็นผู้จัดทำแพลตฟอร์มให้กับทั้ง 3 แพคเกจ โดยได้รับคำสั่งมาว่า ขอให้ขั้นตอนง่าย ไม่เป็นภาระกับผู้ที่ต้องการเที่ยว และเรียนรู้จากข้อจำกัดหรือปัญหาในอดีต นำกลับมาปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากที่สุดเป็นเรื่องสำคัญ

“ตัวแพลตฟอร์มจะต้องรองรับความแตกต่าง อาทิ หากเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์แล้ว จะต้องจองโรงแรมหรือที่พัก ซึ่งจะกำหนดเวลาให้จองได้ภายในกี่วัน เช่น กำหนดว่าจะต้องจองภายใน 7 วัน หากเกินสิทธิ์ที่ได้รับจะหายไป เพราะหากไม่จองแต่เก็บสิทธิ์ไว้ก็อาจเป็นการกั๊กสิทธิ์ของคนอื่นได้ รวมถึงหากจองเสร็จแล้วจะเลือกจำนวนวันเข้าพักอย่างไร อาทิ บางคนอาจต้องการจอง 3 คืน บางคนอาจต้องการจองทั้งหมด 5 คืนเลย หลังจากนั้นเมื่อเที่ยวเสร็จแล้ว รัฐจะต้องทำการโอนเงินให้ผู้ประกอบการอย่างไร ผู้ประกอบการสามารถทำเรื่องส่งเข้ามาในระบบแบบใด เพื่อรับเงินส่วนต่างคืน โดยระบบจะต้องรองรับเงื่อนไขเหล่านี้ ซึ่งตรงนี้จะต้องหารือกันว่าจะสามารถทำได้หรือไม่อย่างไร” นายยุทธศักดิ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon