เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม นายสุรพล ทรงลักษณ์ ประธานสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้(สกต.) พร้อมด้วยชาวบ้าน ประมาณ 100 คน จากพื้นที่คาบเกี่ยว ชุมชนคลองไทรพัฒนา ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี และจ.กระบี่ ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่เป้าหมายการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามอำนาจ ม.44 คำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 เรื่อง มาตรการในการแก้ปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอความเป็นธรรมรัฐบาลไม่ขับไล่คนจนออกจากที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ต่อพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารัฐมนตรีเป็นผู้รับมอบ
นายสุรพลกล่าวว่า การบังคับขับไล่เกษตรกรหรือคนจนออกจากที่ดินฯโดยอาศัยคำสั่งคสช. จะทำให้เกษตรกรเป็นแรงงานเร่ร่อน ทำงานไม่มีความมั่นคง เพราะหากมีการจัดสรรใหม่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินในครั้งใหม่นี้ นอกจากนี้การบริหารที่ดินของชุมชนในปัจจุบันถือเป็นตัวอย่างที่มีความแข็งแกร่ง ใช้พื้นที่เพียง 650 ไร่ มีการปลูกพืชผสมผสาน ใช้แนวทางบริหารจัดการที่ดินแบบสิทธิร่วมของชุมชน ห้ามซื้อขายถ่ายโอนที่ดินนอกจากเป็นมรดกให้กับทายาท ถือว่าสอดคล้องกับรัฐบาลแล้ว
“ในการเข้าใช้พื้นที่ของประชาชนไม่ใช่การรุกพื้นที่ หรือครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยอดีตได้รับคำแนะนำจากส.ป.ก.ให้ตั้งสหกรณ์ และปี 2558 เคยยื่นหนังสือขอเช่า และขอใช้ประโยชน์พื้นที่จากส.ป.ก.มาโดยตลอด แต่ไม่เคยได้รับการพิจารณาด้วยความเป็นธรรม” นายสุรพลกล่าว
นายอำนวยกล่าวว่า กรณีชุมชนคลองไทรพัฒนาเข้าร้องเรียน กระทรวงฯจะพิจารณารายละเอียดเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะมีการลงพื้นที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องการใช้พื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในวันที่ 5 สิงหาคมนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพื้นที่ที่ชุมชนคลองไทรพัฒนาร้องเรียนให้ยุติการขับไล่ เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่รวม 1,435 ไร่ ซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้ บริษัท จิงก้งจุ้ยพัฒนา และบริวาร คืนพื้นที่ให้กับส.ป.ก. โดยหลังศาลมีพิพากษา ทางชุมชนเข้าใช้พื้นที่ 650 ไร่ตลอด 9 ปี จนกระทั่งคสช.มีการใช้อำนาจตาม ม.44 เพื่อยึดคืนพื้นที่ดังกล่าวอีกครั้ง

