‘ตลท.’ เตือนหุ้นไทยราคาแพง มองตลาดยังผันผวนต่อเนื่อง เล็งต่ออายุ ‘ชอร์ตเซล-ซิลลิ่ง-ฟลอร์’

‘ตลท.’ เตือนหุ้นไทยราคาแพง มองตลาดยังผันผวนต่อเนื่อง เล็งต่ออายุ ‘ชอร์ตเซล-ซิลลิ่ง-ฟลอร์’

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ปี 2563 ถือเป็นปีที่ถูกการระบาดโควิด-19 เข้ามากระแทกรุนแรงมาก เนื่องจากภาวะที่ไวรัสระบาด ส่งผลให้เกิดการดิสรัปชั่น ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการแข่งขันสูง หรือการนำเทคโนโลยีเปลี่ยนมาใช้ในภาคธุรกิจ แต่เกิดขึ้นเพราะไม่สามารถทำงาน หรือประกอบธุรกิจได้ รวมถึงยังมีปัจจัยลบเพิ่มเติม อาทิ ราคาน้ำมันติดลบ อัตราดอกเบี้ยนโยบายติดลบ การฝากเงินต้องจ่ายเงิน และความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งภายในประเทศนั้นๆ หรือระหว่างประเทศด้วย สะท้อนให้เห็นว่าโลกได้ก้าวเข้าสู่สภาวะผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ ผลกระทบทั้งหมดทำให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ต้องเตรียมรับมือกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เกิดขึ้น

นายภากรกล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทจดทะเบียนไทยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันสูงมาก เนื่องจากหุ้นไทยที่จดทะเบียนใน ตลท. มีน้ำหนักกว่า 23% ของภาพรวม และภาคการท่องเที่ยว ที่มีรายได้คิดเป็นสัดส่วน 12% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากแล้ว แต่หากนับรวมธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่พาณิชย์ การขนส่งโลจิสติกส์ สายการบิน และโรงแรม คิดเป็น 21% ของน้ำหนักรวมใน ตลท. นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการส่งออก ที่ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกลุ่มอาหาร สินค้าเกษตร และอุปกรณ์เทคโนโลยี ที่รายได้กว่า 60% มาจากการส่งออก ทำให้ภาคธุรกิจไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง ส่งต่อมายังตลาดหุ้นไทย ที่นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลง 14.4% หากคิดเป็นเงินบาท แต่หากคิดเป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐ จะลดลง 18.1% หมายความว่าปีนี้เป็นปีแรก ที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงถึง 4% โดยในช่วงที่ดัชนีปรับลดลงแรง ลงลึกถึง 37% ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก่อนจะทยอยปรับระดับขึ้น 6-7% ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งหากนับจากจุดต่ำสุดจนถึงปัจจุบัน ดัชนีขึ้นมาแล้วกว่า 14%

นายภากรกล่าวว่า การซื้อขายในตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมีสภาพคล่องสูง โดยในช่วง 1-5 วันแรกของเดือนมิถุนายน การซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 69,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 อยู่ที่ 53,000 ล้านบาท กลุ่มนักลงทุนที่ซื้อขายในประเทศ ก็เปลี่ยนแปลง แบ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้น 43% จากปี 2562 อยู่ที่ 33% นักลงทุนต่างชาติ ลดลง 36% จากปี 2562 อยู่ที่ 41% ที่เหลือเป็นนักลงทุนสถาบันในประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงที่หุ้นตกลงมามากๆ ในเดือนมีนาคม-เมษายน มีนักลงทุนรายย่อยเห็นโอกาสในการลงทุน และเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขี้น เพราะราคาหุ้นลดลงกว่า 37% จึงเห็นการเปิดบัญชีหุ้นขึ้นกว่า 1 แสนบัญชีในช่วง 2 เดือนดังกล่าว จากทั้งปีที่เปิดบัญชีรวม 150,000 บัญชีเท่านั้น

“อยากเตือนใจนักลงทุนคือ ขณะนี้มูลค่าของหุ้นไทยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการประเมินรายได้ในปี 2564 (ฟอร์เวิร์ด พีอี) อยู่ที่ประมาณ 20 เท่า ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง นับตั้งแต่ทำงานมา จากปกติจะอยู่ที่ 16-17 เท่า ซึ่งระดับความสูงนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ปี 2564 รายได้อาจถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวค่อนข้างมาก หากไม่มีปัจจัยยืนยันว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง” นายภากรกล่าว

นายภากรกล่าวว่า จากภาพรวมตลาดที่ยังมีความผันผวนต่อเนื่อง ตลท.ได้เตรียมประกาศขยายเวลาการใช้หลักเกณฑ์ราคาเสนอขายชอร์ตเซล (ชอร์ตเซล) โดยกำหนดให้สมาชิกเสนอขายชอร์ตเซลได้เฉพาะในราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย (Uptick) เท่านั้น และหลักเกณฑ์ราคาเสนอซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด (ซิลลิ่ง-ฟลอร์) ที่ได้ลดอัตราราคาเสนอซื้อขายสูงสุดและต่ำสุดของหลักทรัพย์ลงจากไม่เกิน 30% เป็นไม่เกิน 15% รวมถึงเกณฑ์การหยุดซื้อขายโดยอัตโนมัติ (เซอร์กิต เบรกเกอร์) ที่กำหนดเป็น 3 ระดับ ซึ่งเดิมจะสิ้นสุดภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดยคาดว่าจะประกาศความชัดเจนการขยายระยะเวลาการใช้มาตรการดังกล่าวภายในสัปดาห์ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สช.ส่งกว่า 1 พันคณะทำงานสำรวจความพร้อม ร.ร.เอกชนก่อนเปิดเทอมใหญ่
บทความถัดไปชาร์ลิซ เธอรอน เปิดใจ ไม่เคยคิดแต่งงานกับ ฌอน เพนน์