‘กัลฟ์’ ยันโควิด-19 ไม่กระทบธุรกิจ เดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ในต่างชาติเพิ่ม

กัลฟ์ยันโควิด-19 ไม่กระทบธุรกิจ เดินหน้าลงทุนโครงการใหม่ในต่างชาติเพิ่ม

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) หรือ GUIF เปิดเผยภายในงานสัมมนาส่องหุ้นไทย ฝ่าวิกฤติโควิดที่จัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ภายใต้หัวข้อล้วงลึกหุ้นมหาชน ฝ่าโควิด” ว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบจะกระจายไปในวงกว้างทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่แตกต่างจากวิกฤตที่เคยเกืดขึ้น อาทิวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 แต่สุดท้ายเศรษฐกิจก็จะเริ่มฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง ซึ่งในส่วนของบริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยธุรกิจไฟฟ้า มีลูกค้าอุตสาหกรรมที่ซื้อไฟฟ้ากว่า300 ราย ซึ่งที่ผ่านมาได้ให้การช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ด้วยการยืดระยะเวลาวางบิลจากกำหนด 30 วัน เป็น 90 วัน รวมถึงมีมาตรการช่วยเหลือด้านค่าไฟฟ้า ซึ่งจะเห็นว่าวิกฤตที่เกิดขึ้น ไม่มีผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทฯมากนัก ทำให้ผลประกอบการในปีนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่ามีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 2562 ที่มีมูลค่าประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท และปี 2564 คาดว่าจะมีรายได้โตขึ้น 35% แตะ 5 หมื่นล้านบาท และการลงทุนต่างๆยังจะเป็นไปตามแผนลงทุนในช่วง 5 ปี ที่จะใช้เงินลงทุนกว่า 1.4 แสนล้านบาท

“แม้จะมีโควิด-19 เข้ามาส่งผลกระทบ แต่บริษัทฯยังคงเดินหน้าขยายการเติบโตต่อเนื่อง โดยมองหาโอกาสเข้าลงทุนในโครงการที่จะสร้างกำไรกลับเข้ามาทันที ซึ่งที่ผ่านมาได้เจรจาผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ เพื่อเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) ซึ่งเป็นโครงการในต่างประเทศ ตั้งแต่เอเชีย และยุโรป ไปหลายโครงการ ส่วนใหญ่เป็นพลังงานทางเลือก ที่คาดว่าจะมีสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่า 50% ขึ้นไป โดยภายในปี 2563 จะมีข้อสรุปได้มากกว่า 1 โครงการ ซึ่งการหาโครงการเพิ่มจะทำให้อัตราส่วนทางการเงินที่เกิดจาก ราคาหุ้นและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทณ (พีอี) ลดต่ำลง จากปัจจุบันในบางช่วงที่พีอีจะอยู่ที่ 80-100 เท่า โดยหากไม่มีโครงการฯใหม่เข้ามา ในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า พีอีของบริษัทฯจะเหลือ 10 เท่า จึงต้องหาสมดุลทางธุรกิจด้วยการหาโครงการใหม่ๆ เข้ามาเติมนายสารัชถ์กล่าว

นายสารัชถ์กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ล็อตแรกในปลายปี 2563 คิดเป็นปริมาณ 6.5 หมื่นตัน เพื่อนำไปใช้กับโรงไฟฟ้าในเครือของบริษัทฯ ส่วนการนำเข้าเพื่อป้อนให้โรงไฟฟ้าหินกองขนาดกำลังผลิต 1.4 พันเมกะวัตต์ คงให้ทางบริษัทราชกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการจัดหาและนำเข้าเอง โดยบริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้ประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ เป็นปริมาณ 300,000 ตันต่อปี โดยบริษัทฯ จะจำหน่ายก๊าซธรรมชาติปริมาณดังกล่าวให้แก่โรงไฟฟ้าเอสพีพี จำนวน 19 โครงการของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อผลิตไฟฟ้าจำหน่ายแก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งการนำเข้าแอลเอ็นจีจะช่วยทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าโดยรวมของโรงไฟฟ้าเอสพีพีในกลุ่มบริษัทลดลง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนค่าไฟของลูกค้าอุตสาหกรรมของโรงไฟฟ้าดังกล่าวลดต่ำลงด้วยเช่นกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สนท.อ่านประกาศ ‘คณะราษฎร’ ประชาชนชู 3 นิ้ว กางป้าย ‘คณะราษฎรยังไม่ตาย’ กลางสกายวอล์ก
บทความถัดไปเทวัญลุย-เซ็นตั้งกก.สอบบิ๊กอสมท.-ปมร้อนแบ่งค่าคลื่น 50:50