‘ศักดิ์สยาม’ สั่งการกรมทางหลวงระดมเข้าพื้นที่ แก้ปัญหาทางขาดจากอุทกภัย จ.เชียงใหม่

“ศักดิ์สยาม” สั่งการกรมทางหลวงระดมเข้าพื้นที่ แก้ปัญหาทางขาดจากอุทกภัย จ.เชียงใหม่

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากที่ช่วงนี้ได้มีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ทำให้ถนน และสะพานในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง (ทล.) เสียหาย จึงได้สั่งการให้กรมทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวง รวมถึงศูนย์สร้างทาง และศูนย์สร้างสะพาน ทั่วประเทศ เฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง น้ำป่า ดินถล่ม ทางสไลด์ที่อาจจะเกิดปัญหา หากพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจนทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถสัญจรผ่านเข้า-ออกได้ ให้หน่วยงานที่กี่ยวข้องเตรียมพร้อม เจ้าหน้าที่ เครื่องมือ เครื่องจักร สะพานเบลี่ย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) 24 ชั่วโมง พร้อมออกปฏิบัติการทันที ให้สามารถกลับมาสัญจรใช้งานได้โดยเร็ว รวมทั้งให้อำนวยความสะดวก บริการประชาชนที่ใช้ทาง และแจ้งเส้นทางเลี่ยงเพื่อให้สามารถเดินทางได้

นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย ช่วง อ.ดอยสะเก็ด-ต.ป่าเมี่ยง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน เวลาประมาณ 04.25 น. เกิดเหตุ ฝนตกตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำป่าไหลหลาก พัดทางเบี่ยงสะพานขาด 3 จุด ได้แก่ กม. 32+941, กม.34+654 และ กม.35+880  ส่งผลให้การจราจรไม่สามารถผ่านได้ ขณะนี้ได้ดำเนินการซ่อมแซม กม.34+654 และ กม.35+880 การจราจรสามารถผ่านได้แล้ว และกำลังเร่งดำเนินการวางท่อที่ กม.32+941 ให้แล้วเสร็จภายต่อไป

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า จากกรณีที่มีฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้มีน้ำป่าไหลทะลักพัดทางหลวงสาย 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย ช่วง อ.ดอยสะเก็ด-ต.ป่าเมี่ยง และพัดทางเบี่ยงสะพานขาด 3 จุด ที่ กม.32+941, กม.34+654, กม.35+880 ทำให้การจราจรไม่สามารถผ่านไปมาได้นั้น ขณะนี้ หมวดทางหลวงดอยสะเก็ด แขวงเชียงใหม่ที่ 2 ได้ดำเนินการ และประสานท้องที่ให้ใช้ทางเลี่ยงแล้ว ส่วนความคืบหน้าขณะนี้ทางโครงการก่อสร้าง ได้นำท่อเหลี่ยม มาวางบริเวณทางเบี่ยง แก้ไขบริเวณที่เกิดเหตุได้แล้ว 2 จุด ซึ่งคาดว่าที่เหลืออีก 1 จุด จะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้ให้ทางโครงการเข้มงวดเรื่องทิศทางน้ำโดยเฉพาะที่เป็นช่องน้ำผ่านต้องระวังกรณีที่เกิดฝนตกและน้ำป่าไหลแรงให้มีการระวังในจุดดังกล่าว โดยโครงการก่อสร้างสะพานนี้จะแล้วเสร็จในปี 2564 เมื่อก่อสร้างสะพานแล้วเสร็จ บริเวณดังกล่าวจะเป็นช่องน้ำไหลผ่านช่องสะพานแต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างสะพาน ทำให้ทางเบี่ยงบริเวณนั้นถูกน้ำซัดแรงจนทางขาด

นายสราวุธกล่าวต่อว่า นอกจากโครงการก่อสร้างบริเวณโซนภาคเหนือมีฝนตกและมีน้ำป่าใหลแรงได้เน้นย้ำให้ทุกแขวงให้ดูเส้นทางที่สุ่มเสี่ยง อาจจะทำให้เกิดถนนเสียหายได้รับผลกระทบ อาทิ ดินถล่มดินสไลด์ ขณะเดียวกันได้สั่งการไปทางศูนย์สร้างทาง และศูนย์สะพาน รวม 9 แห่ง ทั่วทุกภาค ให้เตรียมเครื่องจักรให้พร้อม หากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง พร้อมเครื่องมือ เครื่องจักร รวมทั้งสะพานเบลี่ย์ (สะพานเหล็กชั่วคราว) สามารถเข้าพื้นที่ และซ่อมแซม ทางที่ได้รับความเสียหาย ให้กลับมาใช้งานได้ปกติภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับเส้นทางเลี่ยงที่ประชาชนจะสามารถเดินทางโดยไม่ผ่านจุดที่ทางเบี่ยงขาดดังกล่าว ประกอบด้วย เส้นทางเชียงใหม่-พร้าว-เวียงป่าเป้า, เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง-แม่สรวย และเส้นทางเชียงใหม่-ลำปาง-งาว-พะเยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon