สศอ.ชี้ไทยไร้แผนฟื้นฟูทันทีหลังโควิด-19 คาดปมปรับครม.กระทบงานรบ.ชะงัก
นายอิทธิชัย ยศศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ) เดือนพฤษภาคม 2563 อยู่ที่ระดับ 80.31 ติดลบ 23.19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดัชนีหดตัวต่ำสุดในรอบ 101 เดือน หรือ 8 ปี 4 เดือนนับจากเดือนมกราคม 2555 เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ส่งผลให้กิจกรรมสำคัญทางเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงักเพราะหลายประเทศยังใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเข้มข้น ผู้ประกอบการจึงลดวันทำงานลง ทำให้ภาพรวมอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 52.84% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ใช้อัตรากำลังการผลิต 26.86%
นายอิทธิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นความชัดเจนของแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจจากรัฐบาลที่เห็นผลทันท่วงทีหลังโควิด-19 คลี่คลาย หลายฝ่ายจึงอยู่ระหว่างติดตามอย่างใกล้ชิด ประกอบกับยังต้องจับตามองการวางตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ที่มีกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทำให้การทำงานของรัฐบาลชะงัก รวมทั้งปัญหาเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ที่สถาบันการเงินยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นนโยบายจากนี้ไปถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะผลกระทบจากโควิด-19 รุนแรงกว่าทุกปัญหาที่ประเทศไทยประสบมา และไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์ในระยะข้างหน้าจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการควบคุมในต่างประเทศจะยุติลงเมื่อไร เพรามจะส่งผลต่อการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี

