น้ำมันดิบลดเหลือ42.92ดอลลาร์/บาร์เรล ทองคำขยับขึ้นแค่1.30เหรียญ

แฟ้มภาพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา(26 ก.ค.) ดัชนีปรับลดลงเล็กน้อย หลังตลาดยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง และหลุดจากระดับ 43 ดอลลาร์/บาร์เรล รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ไม่เป็นไปตามการคาดหมาย ขณะที่นักลงทุนบางส่วนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้(ตามเวลาในสหรัฐ)

หลังปิดตลาดดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 18,473.75 จุด ลบ 19.31 จุด หรือ -0.10% ดัชนีแนสแดค ปิดที่ระดับ 5,110.05 จุด บวก 12.42 จุด หรือ +0.24% และดัชนี เอสแอนด์พี500 ปิดที่ระดับ 2,169.18 จุด บวก 0.70 จุด หรือ +0.03%

ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์กปรับลดลง และหลุดจากระดับ43 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยล่าสุดราคาส่งมอบเดือนก.ย.ลดลงอีก 21 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดตลาดที่ระดับ 42.92 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันที่ล้นตลาด หลังจากมีรายงานว่า การผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ หรือโอเปก ปรับสูงขึ้น ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนก.ย.ปรับเพิ่มขึ้น 15 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดตลาดที่ระดับ 44.87 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนราคาทองคำที่ตลาดล่วงหน้านิวยอร์ก(COMEX) ส่งมอบเดือนส.ค.ปรับเพิ่มขึ้นแค่ 1.30 ดอลลาร์ หรือ 0.10% ปิดตลาดที่ระดับ 1,320.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ทั้งนี้ตลาดทองคำก็จับตาดูการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธที่ 27 ก.ค.ตามเวลาสหรัฐเช่นกันว่าจะมีผลการประชุมออกมาอย่างไร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon