กรมการขนส่งทางบกแจง !! ครึ่งปีแรกของปี 2559 จัดเก็บภาษีรถในเขตกรุงเทพมหานครได้กว่า 4,637 ล้านบาท

กรมการขนส่งทางบก แจง !! ครึ่งปีแรกของปี 2559  สามารถจัดเก็บภาษีรถในเขตกรุงเทพมหานครได้กว่า 4,637 ล้านบาท  ระบุ !! การชำระภาษีรถผ่านสำนักงานของกรมการขนส่งทางบกยังคงได้รับความนิยมมากที่สุด  ขณะที่ยอดผู้ใช้บริการชำระภาษีรถผ่านเว็บไซต์และโทรศัพท์มือถือยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 นายณันทพงศ์  เชิดชู  รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก  เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนด้วยการเพิ่มช่องทางการชำระภาษีรถประจำปีหลากหลายช่องทาง ผลปรากฏว่าเพียง 6 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2559 (ม.ค. – มิ.ย. 59) สามารถจัดเก็บภาษีรถในเขตกรุงเทพมหานครได้ทั้งสิ้น  4,637,376,765.08 บาท เป็นการใช้บริการรับชำระภาษีรถยนต์ ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 5 ของกรมการขนส่งทางบก มากที่สุด จำนวน 2,921,083 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น  3,372,284,845.55  บาท  รองลงมาเป็นการใช้บริการรับชำระภาษีรถผ่านช่องทาง “เลื่อนล้อ ต่อภาษี” (Drive Thru for Tax) ชำระภาษีโดยไม่ต้องลงจากรถ จำนวน 396,137 ราย  จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 712,747,210.29  บาท  และการใช้บริการชำระภาษีรถที่ห้างสรรพสินค้าในวันเสาร์ – อาทิตย์ตามโครงการ “ช้อปให้พอ แล้วต่อภาษี” (Shop Thru for Tax) มีผู้ใช้บริการ จำนวน  228,987 ราย จัดเก็บภาษีรถได้ทั้งสิ้น 338,336,819.90 บาท  ขณะที่การชำระภาษีรถผ่านเว็บไซต์ www.dlte-serv.in.th สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 76,134,233.27 บาท ส่วนที่ศูนย์บริการร่วมคมนาคม เชิงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน ที่ให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 15.00 น. สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น  62,329,047.78  บาท  และการรับชำระภาษีรถผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส จัดเก็บภาษีได้ทั้งสิ้น 62,111,179.76  บาท ซึ่งเจ้าของรถสามารถชำระภาษีรถล่วงหน้าก่อนครบกำหนดไม่เกิน 90 วัน และต้องไม่ค้างชำระภาษีรถเกินกว่า 1 ปี สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปี ต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มาแสดงด้วย โดยจะมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถหรือไม่ก็ได้ รวมถึงรถที่ติดตั้งแก๊สต้องมีหนังสือรับรองการตรวจสอบและทดสอบตามระยะเวลาที่กำหนด ตลอดจนต้องมีกรมธรรม์ประกันภัยตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยคงเหลือระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่า 3 เดือน


รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก  กล่าวเพิ่มเติมว่า  นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกยังมุ่งมั่นพัฒนางานด้านบริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งพัฒนาจุดให้บริการประชาชนด้วยการจัดตั้ง “ศูนย์ราชการสะดวก (Government Easy Contact Center : GECC)” เพื่อเป็นจุดให้บริการข้อมูลข่าวสาร และให้คำแนะนำต่างๆ แก่ประชาชนที่เดินทางมาติดต่อราชการ  รวมถึงการพัฒนาช่องทางการให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น DLT eForm ที่โดยมีคู่มือแนะนำการติดต่องานด้านทะเบียนและภาษีรถ สถานที่ ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ แผนที่ เอกสาร และหลักฐานที่ต้องใช้ พร้อมดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำขอต่างๆ แบบออนไลน์ เพื่อกรอกข้อมูลแล้วนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ลดระยะเวลาและขั้นตอนในการติดต่อขอรับบริการให้น้อยลง เพียงสแกน QR Code DLT eForm ที่ปรากฏบนสื่อประชาสัมพันธ์ของกรมการขนส่งทางบก หรือจากเว็บไซต์ www.dlt.go.th หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ฟรีผ่าน App Store , Google Play และ Window Phone รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

ลิงค์ http://dlt-safetydrive.com/2014/