หน้าแรก เศรษฐกิจ ดัชนีเชื่อมั่...

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯเดือนมิ.ย.ร่วงเหตุยังกังวลศก.ทั้งในนอกประเทศ-แต่คาดการณ์3เดือนยังเพิ่ม

27.07.16 | 14:16 น.

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทย (Thai Industries Sentiment Index: TISI) มิถุนายน 2559 จำนวน 1,200 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. แบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดย่อม อุตสาหกรรมขนาดกลาง และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ร้อยละ 25.9, 33.8 และ 40.3 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด นอกจากนี้ ยังแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ร้อยละ 48.3,10.9,10.8,16.2 และ 13.8 ตามลำดับ และแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นตลาดในประเทศ และกลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นตลาดต่างประเทศ ร้อยละ 83.4 และ 16.6 ตามลำดับ ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายน 2559 อยู่ที่ระดับ 85.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 86.4 ในเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ ค่าดัชนีฯที่ลดลงเกิดจากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการและผลประกอบการ

นายเจนกล่าวว่า จากการสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมิถุนายน ปรับตัวลดลงจากเดือนพฤษภาคม ปัจจัยลบจากความกังวลต่อความเปราะบางของเศรษฐกิจภายในประเทศ สะท้อนจากยอดคำสั่งซื้อและยอดขายโดยรวมที่ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า ปัญหาการแข่งขันด้านราคา การขาดแคลนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนความกังวลต่อความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบจากการลงประชามติของสหราชอาณาจักรที่สนับสนุนออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (BREXIT)

นายเจนกล่าวว่า สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 99.8 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 98.7 ในเดือนพฤษภาคม และเข้าใกล้ระดับ 100 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเห็นว่าการที่ภาครัฐใช้ความพยายามในการแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาขยับสถานะของไทยจากระดับ Tier 3 ขึ้นเป็น Tier 2 (Watch List) จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการส่งออกสินค้าอาหารทะเลของไทย

“ข้อเสนอแนะคืออยากให้ภาครัฐเร่งสนับสนุนให้มีการพัฒนาสินค้าอุตสาหกรรมโดยใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ในต่างประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพ และเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิตอล (Digital Economy) และส่งเสริมการใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อป้องกันสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐเร่งการลงทุน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ รวมถึงเร่งแก้ปัญหาการเข้าถึงเงินทุนของผู้ประกอบการขนาดย่อม และเร่งกระตุ้น-พัฒนาการค้าชายแดนโดยเฉพาะกับประเทศพม่า” นายเจนกล่าว