‘ไปรษณีย์’ ชงรบ.คุมธุรกิจดีลิเวอรี่สกัดทุนนอกหั่นราคาดุ-ทุ่มตลาด

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีแรกผลการดำเนินงานของปณทยังมีกำไรอยู่ แต่เชื่อว่าผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 จะเริ่มเห็นหลังจากนี้ ขณะที่ปณท เป็นรัฐวิสาหกิจ ต้องทำงานสนับสนุนนโยบายของรัฐและช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งยังต้องทำงานให้มีกำไรและจ่ายโบนัสให้พนักงานให้ได้ในท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันที่มีคู่แข่งจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การทำงานของ ปณท ลำบาก ไม่สามารถลดราคาแข่งกับเอกชนแบบยอมขาดทุนหรือทุ่มตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ เหมือนเอกชนได้

ดังนั้น รัฐบาลควรมีหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจนี้อย่างจริงจัง เหมือนกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีกฎหมาย กติกา ในการกำกับผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมในการแข่งขันบนสนามเดียวกัน ทำให้การแข่งขันต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพและการให้บริการ ไม่ใช่การทุ่มตลาด และตัดราคากันอย่างทุกวันนี้ ที่จริงแล้วกระทรวงดีอีเอสเองก็มีคณะกรรมการกิจการไปรษณีย์ไทยอยู่แล้ว แต่การทำงานยังอยู่เพียงแค่การอนุมัติแสตมป์หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นงานกิจการไปรษณีย์ หากมีการยกระดับขึ้นเป็นองค์กรกำกับดูแลและมีการร่างกฎหมายขึ้นมาเอง ก็น่าจะสามารถดำเนินการได้

“ตอนนี้ธุรกิจจากประเทศจีนเข้าออกในประเทศไทยหลายแบรนด์ บางแบรนด์ขาดทุนถึง 6,000 ล้านบาท ถามว่าทำไมเขาถึงทำ เพราะเขาเงินหนา เขาต้องการเปิดตลาดในทุกประเทศเพื่อสร้างแบรนด์ว่าเคยเปิดตลาดในอาเซียน ประเทศไหนมาบ้างแล้ว และก็ออกไปประเทศอื่น เวลารายงานผลการดำเนินการไปยังบริษัทแม่ที่จีน ทำให้บริษัทมีโพรไฟล์ดี เพราะตลาดในจีนอิ่มตัวแล้ว เมื่อโพรไฟล์ดีก็ขายบริษัทให้คนอื่นต่อ การเล่นเกมแบบนี้ เราควรมีการคุมให้อยู่ในกติกาเดียวกัน ไม่ใช่ให้ใครมาทุ่มตลาดก็ได้” นายก่อกิจ กล่าว

นายก่อกิจ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินโครงการในช่วงครึ่งปีหลัง ปณท จะดำเนินตามภารกิจ ดิจิทัล อีโคโนมี่ และโซไซตี้ คือการใช้ดิจิทัลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ บริการทางสังคม เข้าใจดีว่าธุรกิจต้องมีการแข่งขัน และมีแผนธุรกิจเพื่อให้รายได้และกำไรไม่ลดลงไปมากกว่านี้ มีการใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลเป็นแต้มต่อในการทำงาน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการให้บริการภาคสังคมเพื่อประชาชนในบางบริการที่เอกชนก็ไม่สามารถทำได้ ก็เป็นหน้าที่ของ ปณท ด้วย

ล่าสุดได้หารือร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือดีจีเอ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส ในการดำเนินโครงการ TDH (Total Document Handling) เพื่อเป็นตัวกลางในการนำข้อมูลออนไลน์ไปสู่ออฟไลน์ เนื่องจากเล็งเห็นว่าประชาชนบางพื้นที่ บางกลุ่มยังไม่สามารถเข้าถึงดิจิทัล เมล์ หรือ อีเมล์ ในการรับข้อมูลข่าวสารได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอแผนเพื่อให้ดีจีเอรับทราบอีกครั้งและอาจเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากต้องทำงานเกี่ยวข้องกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆเพื่อให้มีมติในการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้ ปณท จะเน้นการทำงานเพื่อลดต้นทุน เป็นหลัก อาทิเช่น การทำโครงการพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ทดแทนการใช้ไฟฟ้า ด้วยการจับมือกับ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อร่างสัญญาในการหาผู้ให้บริการพลังงานแสงอาทิตย์เสนอราคาค่าบริการต่อเดือนถูกที่สุดมาให้บริการและใช้ภายใน ปณท, การบริหารจัดการรถขนส่งสินค้า ไม่ให้ว่าง เมื่อมีการขนส่งไปยังปลายทาง ขากลับต้องมีสินค้าขนส่งกลับมาด้วย เป็นต้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon