‘เอสซีจี’ชี้ตลาดปูนปีนี้โตแค่1%ต่ำกว่าคาดการณ์ เหตุเอกชนยังไม่ขยับลงทุน

27.07.16 | 16:22 น.

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า คาดว่าความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ของไทยในปี 2559 จะโต 1% จากปีก่อนที่ทรงตัว 0% โดยประเมินแนวโน้มความต้องการใช้ปูนภายในประเทศทั้งปีอยู่ที่ 40 ล้านตัน ซึ่งอัตราการเติบโตดังกล่าวต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปีที่คาดว่าจะโต 3-5% เนื่องจากภาคเอกชนยังไม่ลงทุนตามภาครัฐ

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2559 บริษัทมีกำไร 16,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% โดยครึ่งปีแรกมีกำไร 29,515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกับปีก่อน แต่รายได้จากการขายในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 218,872 ล้านบาท ลดลง 2% เพราะราคาสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่อยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ยอมรับว่ารายได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ไม่น่าจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายเดิมที่คาดไว้ทั้งปีโต 5-10% เพราะฝนตกมาก ประกอบกับปัญหาภัยแล้งก่อนหน้านี้ทำให้กำลังซื้อในประเทศลดลง ทำให้ความต้องการปูนซีเมนต์เติบโตไม่มาก อีกทั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายนจะมีการปิดซ่อมโรงงานเคมีภัณฑ์ 40 วัน ส่งผลให้ยอดขายลดลง ขณะที่กำไรสุทธิปีนี้สูงกว่าปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 45,399.71 ล้านบาท เนื่องจากส่วนต่างวัตถุดิบกับราคาผลิตภัณฑ์ยังอยู่ในระดับที่ดี แต่คาดว่าในปี 2560 ตลาดปูนจะกลับมาโตอีกครั้งหลังรัฐเร่งรัดลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลจะกระตุ้นให้ภาคเอกชนเร่งรัดการลงทุนตามมา

นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า กำลังการผลิตปูนของบริษัทในปี 2560 จะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 30 ล้านตันต่อปี แบ่งเป็นกำลังการผลิตในประเทศ 23 ล้านตันต่อปี และจากต่างประเทศอีกประมาณ 7 ล้านตันต่อปี ทั้งนี้ มองว่าวัฏจักรสินค้าเคมีภัณฑ์น่าจะมีแนวโน้มที่ดีต่อไปอีก 2-3 ปี ซึ่งหลังจากนั้นเชื่อว่าการลงทุนจากต่างประเทศและยอดขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มโดยรวมจะสร้างรายได้ให้เอสซีจีและสามารถชดเชยรายได้ส่วนที่หายไปได้