นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ รองหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อเติมเต็มศักยภาพโครงข่ายของกลุ่มทรู รวมทั้งทรูออนไลน์ บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต อันดับหนึ่ง ที่ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดแล้ว 10 ล้านครัวเรือนภายในสิ้นปี และทรูวิชั่นส์ เพย์ทีวีอันดับหนึ่ง เข้าถึง 3.3 ล้านครัวเรือน หรือประชากรไทย 12 ล้านคน ทาง ทรู จึงคัดสรรและลงทุนเพื่อให้ได้คอนเทนต์ที่ดีที่สุด มาช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้ลูกค้า โดยล่าสุดได้นำคอนเทนต์การถ่ายทอดสดกีฬาฟุตบอลซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย 6 ลีกดังและ 5 ถ้วยยักษ์ซึ่งทรูถือครองลิขสิทธิ์ฟุตบอลอยู่ประกอบด้วย พรีเมียร์ลีกอังกฤษ, โตโยต้า ไทยลีก, ลาลีก้า สเปน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ,ลีกเอิง ฝรั่งเศส, เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์, โตโยต้า ลีกคัพ และ ช้าง โดยจะถ่ายทอดสด ทั้งบนมือถือ ทรูมูฟ เอช และหน้าจอทีวีทรูวิชั่นส์ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 1,500 คู่ ในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนต์และมีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นฯ กล่าวว่า สำหรับการได้รับลิขสิทธิ์ช่องบีอิน สปอร์ตส์ ที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษในประเทศไทย ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของกลุ่มทรูเพื่อมอบให้กับลูกค้าโดยล่าสุดได้เจรจาลิขสิทธิ์กับบีอิน สปอร์ตส์ พันธมิตรด้านคอนเทนต์ชั้นนำ จนสามารถได้ถ่ายทอดสดของช่องบีอิน สปอร์ตส์ที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษให้แฟนบอลชาวไทยทั่วประเทศได้รับชม เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ฤดูกาล 2016/2017 – 2018/2019 ครบทั้ง 380 แมตช์ตลอดฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม สำหรับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในประเทศไทย ที่ทาง ทรู ได้รับต่อมีจาก บีอิน สปร์อตส์ เบื้องต้นไม่สามารถเปิดเผยมูลค่าลิขสิทธิ์ได้ แต่ในการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์เป็นการเจรจาในลักษณะการเหมารวมในส่วนบอลลีกและบอลถ้วยอื่นๆด้วย ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดเท่าที่เคยซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการกีฬามา

