หน้าแรก เศรษฐกิจ เกียรตินาคินค...

เกียรตินาคินคุมเข้มสินเชื่ออสังหาฯหลังพบเอ็นพีแอลยังพุ่ง

27.07.16 | 16:48 น.

นายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจธนาคารของกลุ่มภายใต้ธนาคารเกียรตินาคิน ได้ปรับเป้าหมายสินเชื่อขยายตัวใหม่ในกรอบ 0-5% เมื่อเทียบกับปี 2558 จากเดิมคาดขยายตัว 15% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ความต้องการสินเชื่อชะลอลงโดยช่วงครึ่งปีแรกสินเชื่อของธนาคารติดลบ 1.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2558 มีสินเขื่อคงค้าง 1.75 แสนล้านบาท ลดลงจากสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ และสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ส่วนสินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบุคคล และเอสเอ็มอี ยังขยายตัวได้ดี ส่วนคุณภาพของสินเชื่อ พบว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในครึ่งปีแรกที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 6.1% จาก 5.8% เมื่อสิ้นปี 2558 เป็นผลจากสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีเอ็นพีแอลอยู่ที่ 26.4% จาก 19.7% เมื่อสิ้นปี 2558 ซึ่งธนาคารมีการจัดชั้นลูกค้ารัดกุมมากขึ้นเพื่อการตั้งสำรองความเสี่ยง เพราะเห็นสัญญาณการขายที่ช้าลง ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ลูกหนี้ยังมีการชำระหนี้และเป็นหนี้ปกติในข้อมูลเครดิตบูโร

นายอภินันท์กล่าวว่า คาดว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังชะลอตัว มีโอเวอร์ซัพพลายในบางทำเล ดังนั้นต้องติดตามสถานการ์ต่อเนื่องเพราะเชื่อว่ายังไม่ถึงจุดต่ำสุด ความต้องการสินเชื่อยังมีอยู่แต่ธนาคารมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น อย่างไรก็ดีสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของธนาคารมีสัดส่วนไม่มานักอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม เขื่อว่าเอ็นพีแอลสิ้นปีนี้จะลดลง 1% อยู่ที่ 5.1% ภายในสิ้นปี ลดลงจากเอ็นพีแอลกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยธนาคารอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ 3-4 ราย และจากแนวโน้มเอ็นพีแอลของสินเชื่อเช่าซื้อที่ปรับดีขึ้น

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สินเชื่อของธนาคารช่วงครึ่งปีแรก 2559 ขยายตัวได้ประมาณ 3% ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 6-7% แต่ถือว่ามาได้ครึ่งทาง อย่างไรก็ตามช่วงที่เหลือของปีคาดว่าสินเชื่อจะยังขยายตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่องตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น มั่นใจว่าสินเชื่อจะเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ ส่วนเอ็นพีแอล มีแนวโน้มขยายตัวแต่ขยายตัวในอัตราที่ลดลง ปัจจุบันเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.8% คาดว่าช่วงปลายปีนี้เอ็นพีแอลจะนิ่ง ซึ่งธนาคารจะดูแลให้อยู่ในกรอบ 3.5-3.6%