หน้าแรก เศรษฐกิจ ไอซีทีเรียกสห...

ไอซีทีเรียกสหภาพกสท-ทีโอทีถกด่วน28ก.ค.เหตุยังเดินหน้าค้านตั้งบริษัทลูก

27.07.16 | 17:34 น.

นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ทำหนังสือด่วนถึงตน และประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อนัดประชุมในวันที่ 28 กรกฎาคม เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาของทั้ง 2 บริษัท รวมทั้งทำความเข้าใจกรอบแนวทางการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาของทีโอที และ กสท โดยเชิญประธานสหภาพทั้ง 2 แห่ง และผู้ที่เกี่ยวข้องแห่งละไม่เกิน 5 คน เข้าร่วมประชุม

นายสังวรณ์กล่าวว่า ภายหลังการหารือกับไอซีทีแล้วจะนัดพนักงานชุมนุมเพื่อชี้แจงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการแปรรูปครั้งนี้ ในเวลา 11.30 น. วันเดียวกันที่ลานหน้าธนาคารกรุงไทย เพราะเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาฮุบสมบัติของชาติ ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ต่อบริษัท เศรษฐกิจ และสังคม รวมไปถึงความมั่นคงของระบบโทรคมนาคม ตลอดจนพนักงาน

นายสังวรณ์กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนโครงสร้างโดยให้มีการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้นใหม่อีก 3 แห่ง ที่มิได้อยู่ภายใต้การกำกับของบริษัทแม่ ซึ่งต่างจากบริษัทเอกชนที่เป็นบริษัทคู่แข่ง เช่น ทรู, เอไอเอส, ดีแทค, 3บรอดแบนด์ ต่างก็มีบริษัทลูกภายใต้การกำกับของบริษัทแม่ ทุกบริษัทล้วนมีโครงข่ายใช้งานเป็นของตัวเอง โดยบริษัทลูกที่จัดตั้งขึ้นมานั้นประกอบธุรกิจที่แบ่งแยกหน้าที่กันชัดเจนแต่เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัทในเครือซึ่งกันและกัน ดังนั้นรูปแบบโครงสร้างที่กระทรวงไอซีทีกำหนดให้จึงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาตามนโยบายเพื่อการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่สร้างปัญหาให้กับ 2 องค์กร และผู้ใช้บริการมากขึ้น ทำให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 2 องค์กร อ่อนแอลง หากดำเนินการแล้วขาดทุน ใครจะรับผิดชอบ จะเป็นการเปิดช่องให้เอกชนเข้ามาฮุบเอาสมบัติชาติไปครอบครองหรือไม่อย่างไร โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับองค์กร พนักงาน ความสำคัญของรัฐวิสาหกิจ และความมั่นคงของประเทศ

“ปัญหาหลักขององค์กรเกิดจากปัจจัยภายนอกองค์กร การแทรกแซงทางการเมืองและการบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหาปรับลดค่าใช้จ่ายโดยการลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายองค์กร ที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหา จึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด การลดพนักงานไม่ใช่แนวทางที่ควรดำเนินการอย่างเร่งรีบแบบนี้ ที่แท้จริงต้องรีบดำเนินการแก้ปัญหา เช่น ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ข้อกำหนดกฎเกณฑ์ระเบียบ ต่างๆ ที่หน่วยงานของภาครัฐถือปฏิบัติ ต้องปรับแก้เสียก่อนคือการจัดซื้อจัดจ้างที่ทำให้มีต้นทุนที่สูงมาก (ซื้อของแพง) และการคอร์รัปชั่นภายในองค์กรรัฐวิสาหกิจ” นายสังวรณ์กล่าวว่า