นางสุพรศรี นาคธนสุกาญจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารกลุ่มสินค้า บริษัท เมกา โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดสร้างบ้านและวัสดุก่อสร้างของภาคใต้ในครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มเติบโตดี แต่อาจจะต้องสร้างความเชื่อมั่นเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภคให้มากขึ้น โดยปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ขึ้นมาจากเทรนด์ที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ จะเห็นได้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นแนวสูง หรือคอนโดมิเนียมใน อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ ได้รับการตอบรับที่ดี กำลังซื้อของผู้บริโภคดีขึ้น จากราคาพืชผลเกษตรโดยเฉพาะราคายางพาราที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 10% ในช่วงครึ่งปีแรก รวมถึงศักยภาพของพื้นที่ซึ่งเป็นรอยต่อกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และมาเลเซีย
นางสุพรศรีกล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังปีนี้มีแผนเปิดสาขาใหม่อีก 3 สาขา ที่ภาคใต้ 1 สาขา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 สาขา ทำให้สิ้นปีนี้จะมีสาขารวมทั้งหมด 11 สาขา โดยสาขาหาดใหญ่นับว่าเป็นสาขาแรกของภาคใต้ บนพื้นที่ 10,000 ตร.ม. หรือประมาณ 20 ไร่ บนถนนสายเอเซีย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยจะจัดให้เมกาโฮม สาขาหาดใหญ่เป็นโรลโมเดลที่จะนำไปพัฒนาในสาขาอื่นๆ อีก 2 สาขาที่จะเปิดในปีนี้ และสาขาอื่นๆ อาทิ รังสิต มีนบุรี บ่อวิน หนองคาย แม่สอด สระแก้ว และกบินทร์บุรี ที่มีแผนจะปรับปรุงในปีหน้า
“การแข่งขันของตลาดสร้างบ้านและวัสดุก่อสร้างในพื้นที่หาดใหญ่ แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากการมีแบรนด์วัสดุก่อสร้างท้องถิ่น ในลักษณะยี่ปั๊ว ซาปั๊วจำนวนมาก แต่บริษัทก็มีความเชื่อมั่น เนื่องจากเป็นผู้นำด้านโฮมเซ็นเตอร์ ที่ประยุกต์รูปแบบคลังสินค้ากับห้างสรรพสินค้าเข้าด้วยกัน (บิ๊กบล็อก) จึงคิดว่าการเข้ามาขยายตลาดน่าจะเป็นการช่วยส่งเสริมร้านค้าช่วงหรือดีลเลอร์ในท้องถิ่นมากกว่า เพราะเป้าหมายหลักของบริษัทจะเป็นกลุ่มลูกค้าบ้าน กลุ่มผู้รับเหมา และกลุ่มดีลเลอร์” นางสุพรศรีกล่าว
นางสุพรศรีกล่าวว่า พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สินค้าของผู้บริโภคพบว่า จะใช้เวลาเดินเลือกของประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่จากการปรับขนาดพื้นที่สาขา และการปรับปรุงส่วนต่างๆ อาทิ ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จัดกลุ่มสินค้าใหม่ คาดว่าจะทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาเดินเลือกของเพิ่มขึ้นเป็น 6 ชั่วโมง หรือประมาณครึ่งวัน ซึ่งมองว่าจะสัมพันธ์กับยอดขายที่เพิ่มขึ้น

