กระแสข่าวจีนแสดงความไม่พอใจต่อคนไทยบางกลุ่มที่ใช้โซเชียลมีเดีย โจมตีเหยียดหยามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน ถึงขั้นที่จีนได้จัดทำการ์ตูนชุด “ได้โปรดเข้าใจคนจีน” ขึ้นมาเผยแพร่ในประเทศไทย
และมีข่าวว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เชียงใหม่และเชียงรายเริ่มลดลง ทั้งที่ปกติเป็นแหล่งยอดนิยม
นายธนากร เสรีบุรี รองประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี และในฐานะประธานกิตติมศักดิ์สภาธุรกิจไทย-จีน กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวในงานสัมมนา “เล็งจีน…เดินหน้า ผ่าแดนมังกร” จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า “ที่น่าสนใจเวลานี้คือ คนจีนมาท่องเที่ยวเมืองไทยแล้วสร้างความเดือดร้อน ตรงนี้มีเป็นส่วนน้อย แต่อย่าพลาดโอกาสนี้ไป ที่คนจีนออกเที่ยวนอกประเทศมากขึ้น หากคนจีนไปท่องเที่ยวประเทศอื่น ไทยจะเสียหาย เพราะเกิดการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวจำนวนมาก” ดูจากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ที่จัดเก็บสถิติไว้ คำกล่าวของประธานกิตติมศักดิ์สภาธุรกิจไทย-จีนดูเหมือนจะไม่ไกลความจริง นับตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบันจะเห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ปี 2551 นักท่องเที่ยวจากแดนมังกรมีจำนวน 826,660 คน คิดเป็น 5.67% จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งสิ้น 14,584,220 คน
ปี 2552 เหลือ 777,508 คน คิดเป็น 5.49% จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมที่ลดลงอยู่ที่ 14,149,841 คน
ปี 2553 ตัวเลขขยับขึ้นหลักล้าน เป็น 1,122,219 คน คิดเป็น 7.04 % จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 15,936,400 คน เติบโตพรวดถึง 44.34%
ปี 2554 มีจำนวน 1,721,247 คน คิดเป็น 8.95% จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 19,230,470 คน เติบโต 53.38%
ปี 2555 พุ่งเป็น 3 ล้านคน ที่ 2,786,860 คน คิดเป็น 12.47% จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 22,353,903 คน เติบโต 61.91% และเป็นปีแรกที่ขยับขึ้นเป็นอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทย ล้มสถิตินักท่องเที่ยวมาเลเซียนที่เดินทางมาเที่ยวไทยมากที่สุดติดต่อกันมานับ 10 ปี
ปี 2556 ตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวจีนกระโดดขึ้นมาเกือบเท่าตัว ที่ 4,637,335 คน คิดเป็น 17.47% จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 26,546,725 คน เติบโต 66.40%
และอาจจะในระยะนี้เอง ที่คนไทยบางกลุ่มบางภาคเริ่มแสดงท่าทีต่อนักท่องเที่ยวจีน
ปี 2557 ลดลงเล็กน้อยที่ 4,631,981 คน คิดเป็น 18.69% จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมที่ลดลงเช่นกัน อยู่ที่ 24,809,683 คน เติบโต 7.85%
ปี 2558 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเติบโตอย่างมากที่ 7,934,791 คน คิดเป็น 26.55% จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 29,881,091 คน เติบโต 71.14% และเป็นปีที่ประเทศไทยมีรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 88.10% จากปี 2557 มีรายได้ราว 2 แสนล้านบาท ขยับเป็น 376.001 แสนล้านบาท
ปี 2559 ททท.คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนมาเมืองไทยไม่ต่ำกว่า 8 ล้านคน สร้างรายได้การท่องเที่ยวจากตลาดจีนไม่ต่ำกว่า 509,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 35.4%
นับตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม มีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยแล้ว 5.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 20% สร้างรายได้เข้าประเทศเฉพาะครึ่งปีแรก คือมกราคม-มิถุนายน อยู่ที่ 244,899 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วมากถึง 31%
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท.วางแผนตลาดการท่องเที่ยวปี 2560 หรือปีหน้า ตั้งเป้าหมายให้มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทย 10.8 ล้านคน เติบโต 3.8% จากปี 2559 และสร้างรายได้ 5.74 แสนล้านบาท เติบโต 9.1% ของปีนี้
เพราะหากมองไปในทศวรรษหน้า นักท่องเที่ยวชาวจีนจะยังเติบโตได้อีกมาก ทั้งนี้โกลด์แมน แซคส์ ได้ทำข้อมูลคาดการณ์ไว้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2568 จะมีชาวจีนออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 120 ล้านคน เป็น 220 ล้านคน ส่วนใหญ่จะอยู่ในวัยหนุ่มสาวที่กำลังจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย เป็นกลุ่มมีรายได้ตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป
ประเด็นนักท่องเที่ยวชาวจีนไม่พอใจประเทศไทยในขณะนี้ นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ททท.ได้เชิญสื่อมวลชนจากจีน ประกอบด้วย ซีซีทีวี ทีวีและเว็บไซต์ซินหัว พีเพิล เดลี่ และ @Mangu ซึ่งเป็นฟรีก๊อบปี้ในเมืองไทยมาทำความเข้าใจถึงกรณีมีข่าวผ่านสังคมออนไลน์ว่าคนไทยต่อต้านนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลให้คนจีนบอยคอตมาเที่ยวเมืองไทย ให้เข้าใจถึงข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นอย่างที่มีการสร้างกระแส
ขณะที่สื่อมวลชนของจีนอย่างซีซีทีวีเองก็แสดงตัวว่าพร้อมจะเป็นตัวกลางในการทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวจีนให้ นอกจากนี้ ททท.จะจัดทำวิดีโอความยาว 3-5 นาที พูดถึงเรื่องราวดีของนักท่องเที่ยวชาวจีน นำเสนอมุมมองดีๆ ของคนไทยที่รู้สึกดีกับคนจีน การปฏิบัติตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี ใช้ห้วงเวลาที่มิสไชนีส ยูนิเวิร์ส จะมาเก็บตัวในไทย เป็นช่วงเวลาถ่ายทอดความรู้สึกดีๆ ของคนไทยต่อคนจีน ผ่านวิดีโอที่จัดทำขึ้นผ่านสายตาคนจีน 500 ล้านคนได้เข้าใจ
“ปัญหาที่เกิดขึ้นมีเฉพาะที่จังหวัดเชียงราย คิดเป็น 1% ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยว ซึ่งเป็นปัญหาจากกรมการขนส่งทางบกเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการนำรถยนต์ข้ามแดนมาไทย จึงเป็นเหตุให้มีนักท่องเที่ยวจีนไม่สามารถนำรถยนต์ข้ามมาฝั่งไทยได้” ผู้ว่าการ ททท.กล่าว และว่า ได้ประสานไปยังกรมการขนส่งทางบกแล้วเพื่อขอทราบรายละเอียดว่ามีกฎเกณฑ์ใดบ้าง เพื่อนำไปเป็นข้อมูลให้นักท่องเที่ยวได้เตรียมตัว
ขณะที่ธนาคารทหารไทย โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics จัดทำข้อมูลบทวิเคราะห์เรื่องนักท่องเที่ยวจีน คาดว่าใน 10 ปีข้างหน้าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทยเพิ่มขึ้นกว่า 25 ล้านคน จากปัจจุบัน 8 ล้านคน เนื่องจากไทยเป็นที่รู้จักของชาวจีนมากขึ้นและการเดินทางไม่ไกลนัก และมีสิ่งที่คนจีนชื่นชอบคือท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ และอาหาร-ผลไม้ไทยที่ถูกปากคนจีน
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ทีเอ็มบี สรุปบทวิเคราะห์ว่า ในทศวรรษหน้านักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่จะออกมาท่องเที่ยวยังต่างประเทศมากขึ้น คนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาและมีกำลังซื้อสูง ดังนั้น ภาครัฐและภาคเอกชนควรที่จะหาโอกาสจากเทรนด์นี้ ด้วยการนำพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนมาหารือร่วมกันเพื่อออกแบบนโยบายจูงใจให้มาเที่ยวไทย
โดยสิ่งใดที่ประเทศไทยมีจุดเด่นอยู่แล้วก็ให้รักษาไว้ แต่สิ่งใดที่ยังอ่อนด้อยอยู่ก็ปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อจะนำไปสู่เม็ดเงินก้อนโตที่จะเข้ามาในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย
เมื่อดูภาพรวมของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจภาคเอกชน ที่ประเมินว่านักท่องเที่ยวจีนจะนิยมท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และสร้างเม็ดเงินให้จำนวนมหาศาล
กระแสข่าวนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตไม่ท่องเที่ยวประเทศไทย เป็นการบ้านเร่งด่วนที่ไม่เฉพาะส่วนราชการเท่านั้นที่ต้องรับภาระแก้ไข
แต่คนไทยก็น่าจะช่วยคิดด้วยว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ให้เกิดความสบายใจ ทั้งเจ้าของบ้านและแขกที่มาเยือน

