แห่ลงทะเบียนเที่ยวด้วยกัน ทะลุ 4.1 ล้าน บิ๊กตู่สั่งฟันโรงแรมฉวยปรับราคา ‘พิพัฒน์’ จ่อชง ครม.เดินหน้าเฟส 2

แห่ลงทะเบียนเที่ยวด้วยกัน ทะลุ 4.1 ล้าน บิ๊กตู่สั่งฟัน รร.ฉวยปรับราคา ‘พิพัฒน์’ จ่อชง ครม.เดินหน้าเฟส 2 รัฐช่วยค่าที่พักมากกว่า 40%

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงทะเบียนท่องเที่ยวในโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน คึกคักหลังจากเปิดลงทะเบียนรับสิทธิส่วนลดที่พักมาตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิแล้วกว่า 4.1 ล้านคน ส่วนปัญหาโรงแรมบางแห่งปรับเพิ่มราคาจนถูกร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงไปตรวจสอบแล้ว โดยนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมว่า ความคืบหน้าการลงทะเบียนท่องเที่ยวในโครงการเราเที่ยวด้วยกันว่า ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิแล้วกว่า 4.1 ล้านคน ได้รับการอนุมัติแล้ว 3.9 ล้านคน ส่วนการจองห้องพักที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุด (เวลา 16.10 น.) มีผู้ใช้สิทธิจองห้องพักแล้วกว่า 98,336 ห้อง ซึ่งพบปัญหาราคาห้องพักมีการปรับขึ้น และการจองผ่านเว็บไซต์ตัวแทนผู้ประกอบการ (โอทีเอ) มีราคาสูงกว่าปกติ ททท.จะหารือร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) และตรวจสอบราคาขายห้องพักเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ และขอยืนยันว่าไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมที่โอทีเอตกลงกับกระทรวงการคลังไว้ 2% เท่านั้น

บิ๊กตู่สั่งแบล็กลิสต์รร.

นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการมายังกระทรวงการท่องเที่ยวฯให้เร่งทำการสำรวจและตรวจสอบโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ หากยังมีการขึ้นราคาห้องพักแบบผิดปกติ จะขึ้นบัญชีดำ (แบล๊กลิสต์) โรงแรมดังกล่าวและถอดชื่อโรงแรม ไม่ให้เข้าร่วมการขายต่อไปทันที ทั้งเฟส 1 และเฟส 2 รวมถึงต้องคืนเงินห้องพักทั้งหมดที่ประชาชนทำการจองไปแล้วด้วยทันที

“ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์เราเที่ยวด้วยกัน และสายตรง 1672 ททท.จะใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 3 วัน ก่อนแจ้งความคืบหน้าผลการตรวจสอบรัฐมนตรี (พิพัฒน์ รัชกิจประการ) ได้เน้นย้ำไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสผ่านโครงการดังกล่าว เพราะจุดประสงค์คือ ต้องการให้โครงการนี้ เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นภาคท่องเที่ยวต่อไป” นายยุทธศักดิ์กล่าว

นายยุทธศักดิ์กล่าวถึงยอดใช้สิทธิจองห้องพักว่า ถือว่าไม่ได้อยู่ในระดับอืด ส่วนตัวมองว่าอยู่ในระดับที่ดูดีพอสมควร มีการจองห้องพักเพิ่มจาก 0-5% ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ททท.ไม่สามารถหวังผลการเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปได้ จึงต้องกระตุ้นการเดินทางข้ามจังหวัด และจำนวนการเข้าพักต่อคืนเพิ่มขึ้นแทน โดยจากการสำรวจพบว่า หากเป็นการจองระยะสั้น 2 วัน 1 คืน จะนิยมจองโรงแรมในภาคตะวันออกและตะวันตก หากจอง 2 คืนขึ้นไป จะนิยมเที่ยวภาคใต้มากที่สุด อันดับ 1 ได้แก่ จ.กระบี่

คลังจับตาธุรกิจที่พักโขกค่าห้อง

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ดำเนินโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ด้วยการที่รัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พักให้ในสัดส่วนร้อยละ 40 ของค่าที่พัก สูงสุด 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน สนับสนุนค่าอาหารและค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว 600 บาทต่อห้องต่อคืน และสนับสนุนค่าบัตรโดยสารสายการบินในสัดส่วนร้อยละ 40 ของค่าบัตรโดยสาร สูงสุด 1,000 บาทต่อที่นั่งนั้น โดยภาพรวมของโครงการมีผลตอบรับตามเป้าหมาย ผู้ประกอบธุรกิจที่พักสนใจเข้าร่วมแล้ว 6,000 ราย และหลังจากเปิดให้ประชาชนจองที่พักตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้เริ่มมีรายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงธุรกิจในช่วงที่ขาดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ก่อให้เกิดบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศที่มีสัญญาณบวกมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด-19

เปิดเส้นทางเที่ยวปลอดโรค

ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานแถลงข่าว โครงการคู่มือเส้นทางท่องเที่ยวปลอดโรค “Safety & Hygienic Road Trip” ตามแนวทางการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Safety & Health Administration) โดยนายพิพัฒน์กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมีความกังวลในการเดินทางมากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท.จึงร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ดำเนินโครงการมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นให้สถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้เตรียมความพร้อมและปรับปรุงสถานประกอบการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องเสนอสินค้าและบริการที่ดีควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ตราสัญลักษณ์ SHA เป็นเครื่องมือสื่อสารให้นักท่องเที่ยวในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

นำร่องเส้นทางกทม.-ราชบุรี

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.ต่อยอดแนวมาตรฐาน SHA ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไทยที่มีความสนใจในการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล โดยรวมกันเป็นหมู่คณะเล็กๆ อาทิ สมาชิกในครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน เพื่อท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียง ททท.จึงได้จัดทำคู่มือเส้นทางท่องเที่ยวปลอดโรค 5 ภูมิภาค เพื่อย้ำเตือนแนวทางการปฏิบัติตัวระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ในการนี้ ททท.ได้จัดกิจกรรมนำร่องเส้นทางท่องเที่ยวปลอดโรค โดยนำคณะผู้บริหารจากหน่วยงานพันธมิตรร่วมเดินทางท่องเที่ยวตามมาตรฐานวิถีชีวิตใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม-ราชบุรี ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-2 สิงหาคม 2563 และเป็นแบบอย่างการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่แก่นักเดินทางในการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวด้วยต่อไป ให้การเดินทางมีความสะอาด ปลอดภัย และมีความสุข ตามมาตรฐาน SHA ตลอดเส้นทาง

เล็งชงครม.ผุดเราเที่ยวด้วยกันเฟส2

นายพิพัฒน์เปิดเผยว่า เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วง 2 สัปดาห์หน้า หรือประมาณต้นเดือนสิงหาคมนี้ เปิดโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 2 (เฟส 2) เพื่อกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวไทยให้รีบจองห้องพักมากขึ้น โดยสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองและวันธรรมดา รัฐช่วยจ่ายค่าที่พักในอัตราที่มากกว่า 40% เนื่องจากประเมินแล้วคาดว่าจะมีเงินเหลือจากวงเงิน 18,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้หารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในแนวทางเบื้องต้นแล้ว ไม่ได้มีการขัดข้องอะไร

นายพิพัฒน์กล่าวว่า นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเสนอให้ ครม.พิจารณาขยายเกณฑ์เพิ่มโรงแรมที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ให้สามารถเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันได้ เพื่อเพิ่มซัพพลายห้องพักมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีโรงแรมเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 5,000 แห่ง ขณะที่หลายๆ โรงแรมยังปิดให้บริการชั่วคราว โดยเฉพาะโรงแรมที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก เพราะยังไม่มั่นใจว่าหากกลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง กำลังซื้อในประเทศจะสามารถทดแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้หรือไม่

“การเดินทางท่องเที่ยวในระยะถัดไปนี้ เน้นย้ำว่าต้องป้องกันตนเอง และปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด การ์ดห้ามตก ซึ่งหากทำได้ เชื่อว่าการระบาดโควิด-19 รอบ 2 ในประเทศไทยคงไม่เกิดขึ้น และในอนาคต รัฐบาลอาจประกาศเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เร็วขึ้น โดยหัวหอกที่สำคัญที่สุดคือ ททท.จะต้องเป็นหน่วยงานในการประชาสัมพันธ์ความพร้อมในการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป” นายพิพัฒน์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon