มติชน สมาร์ทบิซ วันที่ 28 ก.ค.2559
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ยังประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ทั้งปี 2559 จะขยายตัวได้ร้อยละ 3 ตามเป้าที่ตั้งไว้ เนื่องจากภาครัฐมีกลไกลขับเคลื่อนงบประมาณรองรับการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคเอกชนและนักลงทุนยังมีความเชื่อมั่น
ขณะที่ ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงในครึ่งปีหลังคือ การส่งออกที่ทั้งปีจะติดลบที่ร้อยละ 2 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป หรือ Brexit ทำให้การค้าของอังกฤษ และยุโรปชะลอตัวลง โดยต้องจับตาการเจรจาระหว่างอังกฤษ และยุโรป จะเกิดขึ้นเร็วหรือไม่ เพราะหากล่าช้าจะยิ่งมีผลกระทบมากขึ้น ส่วนกระแสเงินทุนไหลเข้าไทยในช่วงนี้ เป็นผลจากตลาดมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในขณะนี้ แต่เชื่อว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในปลายปีนี้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ไม่มีผลต่อความสามารถทางการแข่งขันด้านการส่งออก เพราะเงินบาทเคลื่อนไหวใกล้เคียงสกุลเงินภูมิภาค
นายเชาว์ ระบุว่า ผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ แม้จะผ่านหรือไม่ผ่าน เชื่อว่าจะไม่ผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปี 2561 ตามแผนโรดแมปที่วางไว้
ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เรื่องของการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลมากหรือน้อยต่อระบบเศรษฐกิจ มากหรือน้อยคงวิเคราะห์กันได้ยาก แต่เชื่อว่า หากประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญก็จะมีผลบวกต่อความเชื่อมั่น เพราะจะมีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และทำให้เห็นกรอบแนวทางการบริหารประเทศที่ชัดเจนมากขึ้น

