‘ทีดีอาร์ไอ’ มองนโยบายภาครัฐยังไม่กระตุ้นบริโภคในประเทศ ‘คุณชายอุ๋ย’ชี้เศรษฐกิจซบเอกชนขยาดลงทุน เกาให้ถูกที่ต้องดึงเงินคนรายได้สูงออกมาใช้จ่าย

28.07.16 | 14:29 น.

น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและคำปรึกษาระหว่างประเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในงานเสวนา “มองมุมใหม่…อุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทย” จัดโดยสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยว่า ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2559 ว่าจะเติบโต 3% โดยตัวเลขการบริโภคภายในประเทศช่วงครึ่งปีหลังจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกเพราะมาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐออกมาน้อยกว่าครึ่งปีแรก

ทั้งนี้ ประเมินว่าทั้งปีอัตราการบริโภคภายในประเทศจะเติบโต 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนปัจจัยบวกหลักของปีนี้คือการลงทุนภาครัฐที่ช่วงครึ่งปีแรกเติบโต 13% แต่มีสัดส่วนน้อยเพียง 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เท่านั้น ขณะที่การท่องเที่ยวครึ่งปีหลังจะโตดีกว่าครึ่งปีแรก ส่วนปัจจัยลบคือการส่งออกที่คาดว่ามูลค่าการส่งออกในสกุลเงินสหรัฐฯ จะติดลบ 3% น้อยกว่าปี 2558 ที่ติดลบ 5.8% ส่วนปริมาณการส่งออกจะติดลบ 2.5% อย่างไรก็ตาม ต้องดูปริมาณความต้องการของตลาดโลกในช่วงครึ่งปีหลังว่าจะฟื้นตัวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐที่ออกมา บางมาตรการช่วยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนในปี 2559 ได้น้อย เช่น มาตรการกองทุนหมู่บ้าน ที่มีขั้นตอนการอนุมัติมากทำให้เงินเข้าสู่ระบบช้า โครงการ “สินเชื่อ 1 ตำบล 1 SME เกษตร” ซึ่งเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ไม่ค่อยมีผลต่อกำลังซื้อ เพราะผู้กู้มักจะกู้เพื่อนำเงินใช้หนี้เก่าไม่ได้ใช้เพื่อขยายกิจการ ส่วนโครงการที่ช่วยกำลังซื้อประชาชนได้ดีคือ โครงการ “สร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง” 1,500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 15 ไร่ต่อครัวเรือน 1 ครัวเรือน 1 สิทธิ์ โดยโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเกษตรกรที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการนี้อยู่ในภาคใต้ 60% และอาศัยอยู่ภาคอีสาน 20% มาตรการดังกล่าวช่วยเพิ่มกำลังซื้อในพื้นที่ได้ดี

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วิธีช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนคือทำให้คนมีรายได้สูงออกมาใช้จ่าย ส่วนผู้ที่มีรายได้น้อยหรือผู้ที่ประสบปัญหาเรื่องรายได้ให้ใส่เงินเข้าบัญชีโดยตรง เช่น นำเงินใส่บัญชีเกษตรกรซึ่งมีกว่า 8.5 แสนครอบครัวป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตระหว่างทาง ส่วนตัวมองว่าการเรียกร้องให้เอกชนเร่งลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวไม่ใช่แนวทางที่ดีนัก เพราะเอกชนมีกำลังการผลิตเหลือ และยังมีของในสต็อกอีกมาก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกถือว่ามีข่าวดีเล็กๆ คือกำลังซื้อในสหรัฐอเมริกาเริ่มฟื้นตัว ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเริ่มเห็นเค้าลางกลับมาดีอีกครั้ง แต่เศรษฐกิจโลกคงฟื้นตัวไม่แรงนักเพราะโดนเศรษฐกิจยุโรปฉุดรั้งไว้