ดัชนีคอร์รัปชั่น58ลดต่ำสุดรอบ6ปี-แนะรัฐเข้มงวดบังคับใช้กฎหมาย

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย (ซีเอสไอ) ประจำเดือนธันวาคม2558 ซึ่งทำการสำรวจเมื่อธันวาคม2558 จำนวน 2,400 ตัวอย่าง พบว่า ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย อยู่ที่ 55 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ซึ่งคะแนนเต็มจะหมายถึงไม่มีการคอร์รัปชั่นเลย ดัชนีครั้งนี้เพิ่มขึ้นจากปี2557 ซึ่งอยู่ที่ 49 และเป็นค่าดัชนีที่ดีสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ที่เริ่มทำสำรวจมาเมื่อปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ 35 ส่วนดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยในปัจจุบันอยู่ที่ 52 เพิ่มขึ้นจากปี2557 ซึ่งอยู่ที่ 47 และดัชนีแนวโน้มสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยอยู่ที่ 57เพิ่มขึ้นจากปี2557 ซึ่งอยู่ที่ 50

“ความเสียหายของการทุจริตคอร์รัปชั่นประเมินจากงบประมาณประเภทจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการมีแนวโน้มลดลง โดยตั้งแต่การสำรวจปี 2553-56 เปอร์เซ็นต์เงินเพิ่มพิเศษของรายรับที่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐจะต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษแก่ข้าราชการหรือนักการเมืองที่ทุจริตเพื่อให้ได้สัญญาเฉลี่ยอยู่ที่ 25-35%คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 2-3 แสนล้านบาท ปี 2557 เฉลี่ยอยู่ที่ 5-15% ล่าสุดธันวาคม2558 เหลือเฉลี่ยอยู่ที่1-15% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเฉลี่ย 1 แสนล้านบาท เรียกว่าความเสียหายจากทุจริตลดลงคิดเป็นมูลค่าประมาณ1.5แสนล้านบาท” นางเสาวณีย์กล่าว

นางเสาวณีย์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการคอร์รัปชั่นปี 2559 มีแนวโน้มลงจากปี 2558 จากการที่รัฐบาลได้มีการดูแลและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง อีกทั้งประชาชนยอมรับไม่ได้หากรัฐบาลมีการทุจริตคอร์รัปชั่นขึ้น ดังนั้นอาจใช้โมเดลประชารัฐ ที่เป็นความร่วมมือทั้งภาครัฐ-เอกชน-ประชาสังคม-ประชาชน ช่วยกันตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สาเหตุต้นๆ ของการคอร์รัปชั่นไทย คือ กระบวนการทางการเมืองขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยาก, กฎหมายเปิดโอกาสให้สามารถใช้ดุลยพินิจที่เอื้อต่อการทุจริต และความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมาย ส่วนรูปแบบการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทยบ่อยสุด คือ การเอื้อประโยชน์แก่ญาติหรือพรรคพวก, ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว,และการให้สินบน ของกำนัลหรือรางวัลต่างๆ

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ผลสำรวจมีเรื่องสำคัญที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการโดยด่วนที่สุดเพื่อต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น คือบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดหรือมีมาตรการลงโทษอย่างเด็ดขาด, สร้างระบบที่ให้ประชาชนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมตรวจสอบได้ และทำการเมืองโปร่งใส โดยจะต้องให้ความรู้และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นกับภาคประชาชน, ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำการทุจริตคอร์รัปชั่นในระดับมหภาค เพื่อเป็นตัวอย่างในการบังคับใช้อย่างจริงจัง และสร้างกระบวนการหรือวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีความโปร่งใสตรวจสอบได้โดยบุคคลภายนอก

บทความก่อนหน้านี้ชาวนาภาคกลาง เผยเกินครึ่งไม่สนรธน.! เน้นอาชีพ-ปากท้องก่อนเรื่องอื่น
บทความถัดไปประสานพม่าล่าหน.ค้ามนุษย์เรือประมง แฉเผ่นออกทะเลพ้นน่านน้ำไทยแล้ว