‘สรท.’ชี้หากมีวัคซีน คาดภาคส่งออกมีโอกาสฟื้นไตรมาส 4 ปีนี้
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า จากการประเมินตัวเลขการส่งออกในเดือนมิถุนายน 2563 ของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ที่ประเมินว่าติดลบสูงถึง ลบ23% มองว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น่าตกใจและเป็นไปตามที่สรท. คาดไว้ว่าในช่วงไตรมาส 2/2563 ตัวเลขการส่งออกจะติดลบสูง แต่จากเดิมที่คาดไว้ว่าสถานการณ์ด้านการส่งออกจะกลับมาฟื้นตัวมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3/2563 แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบันมองว่ายังไม่มีปัจจัยใดที่จะช่วยในการส่งออกฟื้นตัวขึ้นในระยะนี้ นอกจากประเทศไทยจะสามารถผลิตวัคซีนออกมารักษาไวรัสโควิด-19 ได้ หากเป็นเช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้ที่ภาคการส่งออกจะกลับมาการฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 4/2563
“ไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้ากว่า 70% ดังนั้นการที่กระตุ้นให้เกิดการใช้หรือการซื้อขายภายในประเทศที่ภาครัฐส่งเสริมในช่วงนี้จึงยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ภาคการส่งออกของไทยกลับมาฟื้นตัวได้ แถมยังมีภาวะถดถอยอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่าทั้งปีการส่งออกจะติดลบ 10% หรืออาจจะมากกว่านั้นแต่ไม่ถึงติดลบ 20%” นายวิศิษฐ์กล่าว
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ส่วนสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯที่ดูเหมือนว่าจะระอุขึ้นมาอีกครั้งนั้น เรื่องนี้ไทยได้รับประโยชน์ แต่เป็นระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาไทยมีการส่งออกสินค้าไปยังประเทศจีน 2.5% ส่วนใหญ่เป็นประเภทสินค้าปลอดภัย อาทิ ผัก ผลไม้ และยางพารา เป็นต้น เนื่องจากในช่วงล็อคดาวน์ ในประเทศจีนมีความต้องการสินค้าประเภทนี้เป็นอย่างมาก เมื่อมีการปลดล็อคจึงทำให้ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ส่วนการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5.8% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกสื เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ประชาชนต้องเวิร์คฟอร์มโฮมกันมากขึ้น ทำให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีความต้องการสูงในช่วงที่ผ่านมา
นายวิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หากจีนกับสหรัฐฯ ไม่สามารถตกลงกันได้ มีโอกาสที่ทั้ง 2 ประเทศจะย้ายฐานการผลิตเข้ามาตั้งในกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น ซึ่งประเทศแรกที่คาดว่าจะเข้าไปตั้งฐานการผลิตอย่างแน่นอน คือ ประเทศเวียดนาม เนื่องจากมีความพร้อมในเรื่องของแรงงานและสามารถผลิตสินค้าขายในประเทศและกระจายออกไปยังประเทศอื่นๆ ได้ง่าย ในขณะที่ไทยอาจได้รับความสนใจในเรื่องของการย้ายฐานเข้ามตั้งโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ยางพารา เนื่องจากเป็นประเทศที่มีวัตถุดิบอยู่แล้ว รวมถึงเป็นศูนย์กลางของอาเซียนและมีช่องทางการกระจายสินค้าได้ในหลายช่องทาง ทั้งทางเรือ ทางบก และทางอากาศ

